หน้าแรก การเมือง ปม ไร่เชิญตะว...

ปม ไร่เชิญตะวัน ร้อนฉ่า กมธ.สิ่งแวดล้อม ส.ว.นัดถก 22 ต.ค. ใช้ประโยชน์ถูกต้องหรือไม่

20.10.24 | 19:53 น.
ภาพโดย ไร่เชิญตะวัน - ท่าน ว.วชิรเมธี เชียงราย

‘กมธ.สิ่งแวดล้อม ส.ว.’ จ่อถกปม ‘ไร่เชิญตะวัน’ ของ ‘ว.วชิรเมธี’ 22 ต.ค.นี้ ด้าน ‘ส.ว.ชีวะภาพ’ ชี้ถ้าทันเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องแจงเข้าด้วย เผยที่ตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ 3 หน่วยงานขออนุญาต เล็งสอบคุณสมบัติเป็นไปตามวัตถุประสงค์-ตรงพิกัดหรือไม่

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ และอดีตหัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบ ไร่เชิญตะวัน ของ ว.วชิรเมธี ว่ามีการขออนุญาตที่ถูกต้องหรือไม่ว่า เรารับรู้รับทราบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เท่าที่ทราบจากการสอบถามพบว่ามีการขออนุญาตใช้ประโยชน์ตามระเบียบกรมป่าไม้ แต่คนที่อนุญาตอาจจะเป็นหน่วยงานจังหวัด เนื่องจากกรมป่าไม้มอบอำนาจให้ทางจังหวัดพิจารณา

นายชีวะภาพกล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้วันนี้คือสังคมให้ความสนใจเรื่องนี้ กมธ.จึงจะนำเข้ามาพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วนในวันอังคารที่ 22 ต.ค.นี้ ซึ่งต้องตรวจสอบให้ได้ความชัดเจนว่าอยู่ในพื้นที่อะไร ใช้ประโยชน์ถูกต้องหรือไม่ ตามที่สาธารณชนสงสัย

“วันอังคารนี้เราจะเอาเรื่องนี้เข้าพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน และถ้าเป็นไปได้ ถ้าทันก็อาจจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล จากนั้นจะขยายผลต่อว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อตอบสาธารณชนให้ได้” นายชีวะภาพกล่าว

นายชีวะภาพกล่าวว่า กมธ.จะทำงานคู่ขนาน เป็นตัวกลางในการประสานตามหลักปฏิบัติการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องทำให้ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ กรณีนี้คล้ายกับกรณี เขานาคเกิด จ.ภูเก็ต ที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติเหมือนกัน ขออนุญาตใช้ประโยชน์เหมือนกัน เขานาคเกิดขอไปจำนวนหนึ่ง แต่พอไปตรวจสอบมันเกินไปจากพื้นที่ขอนุญาตไว้ ทำเกินไปกว่าพื้นที่ที่ขออนุญาต ทำผิดจุด ซึ่งอย่างนี้ก็ต้องไปดูรายละเอียด ที่เปรียบเทียบกันได้ก็คือใช้ระเบียบตัวเดียวกันในการขออนุญาต และการขออนุญาตบางทีเขาจะไม่ใช้มูลนิธิ หรือวัด แต่เขาจะใช้สำนักพระพุทธศาสนาเป็นคนขออนุญาต ขอเข้ามาในนามของมูลนิธิก็ว่ากันไป ซึ่งก็ต้องมาดูรายละเอียด อย่างที่เชียงรายที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ เท่าที่ทราบใช้ 3 หน่วยงานในการขอ และขอไปกว่า 100 ไร่ ต้องมีการตรวจสอบ

Advertisement

นายชีวะภาพกล่าวอีกว่า ทั้ง 3 หน่วยที่ขอไปกว่า 100 ไร่ ต้องดูว่าพิกัดเป็นอย่างไร อยู่ตรงไหน สมเหตุสมผลหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ตามระเบียบ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คงต้องตรวจสอบให้ได้ข้อยุติ พร้อมย้ำว่าตามระเบียบสามารถขอใช้พื้นที่ป่าสงวนได้ สามารถใช้พื้นที่ทำกิจกรรมได้หลายอย่างตามระเบียบของกฎหมาย เพียงแต่การขออนุญาตจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ขอไปตามวัตถุประสงค์ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ

“ยกตัวอย่าง ขอไป 5 ไร่ แต่ทำเกินไป 10 ไร่ ก็ต้องไปตรวจสอบ เรื่องการตรวจไม่ยาก ในระบบเดี๋ยวนี้เขาตรวจไม่ยากแล้ว หรือใช้ประโยชน์ไปจากพื้นที่จริงขนาดไหน และคงต้องไปดูในรายละเอียดว่าก่อนที่จะมาขออนุญาตนั้นอยู่ในคุณสมบัติที่จะขอได้หรือไม่ คุณสมบัติเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในเงื่อนไขไม่ใช่ว่าทุกคนจะมาอ้างนู่นอ้างนี่แล้วเข้าไปขอ ทำอะไรโดยวัตถุประสงค์ที่มันไม่สอดคล้อง ไม่ตรงไปตามความถูกต้อง

ป่าสงวนเป็นของพี่น้องประชาชนทั้งหมด กรมป่าไม้สร้างระเบียบมาให้เข้าไปขอใช้ประโยชน์ก็ได้ แต่ต้องขอให้ถูกต้องสอดคล้อง ทั้งพื้นที่ ทั้งตำแหน่ง รวมถึงวัตถุประสงค์ ผมก็ยังดูอยู่ว่าถ้าขอด้วย 3 หน่วยงาน แบ่งเป็น 3 พื้นที่ คงน่าจะมีอะไรที่คลาดเคลื่อนหรือไม่” นายชีวะภาพกล่าว