หน้าแรก การเมือง ณพลเดช วอนทุก...

ณพลเดช วอนทุกฝ่ายหย่าศึก ว.วชิรเมธี เตือนโพสต์สนุกอาจได้นอนคุก จี้สำนักพุทธดูแล

20.10.24 | 23:33 น.

ณพลเดช วอนทุกฝ่ายหย่าศึก ปม ‘ว.วชิรเมธี’ ชี้โพสต์สนุกอาจได้นอนคุกฟรี จี้สำนักพุทธดูแล

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ ส.ว.จังหวัดเชียงรายและอดีตอนุกรรมาธิการการศาสนา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่มีการโต้ตอบกันไปมาของ ว.วชิรเมธี ประเด็น ดิไอคอนกรุ๊ป ผ่านโซเชียลมีเดียว่า ส่งผลโดยรวมต่อพระพุทธศาสนาในวงกว้าง สร้างความเสื่อมเสียต่อวงการสงฆ์ จากที่ตนได้มาร่วมงานกฐินในพื้นที่เชียงราย ต้องยอมรับว่าในเทศกาลนี้เป็นช่วงที่ออกพรรษา ญาติโยมต่างมุ่งมั่นที่จะร่วมทำบุญกฐินกันในวัดที่ตนเลื่อมใสศรัทธา ปรากฏว่าจากที่ได้ซักถามกับพุทธศาสนิกชนยอมรับว่ากระแสข่าวนี้ ส่งผลต่อศรัทธาอย่างมากกับชาวพุทธ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

นายณพลเดชกล่าวต่อไปว่า ได้หารือกับสำนักพุทธ จ.เชียงราย และสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ถึงประเด็นนี้ ต้องยอมรับว่ากระทบกับวงการสงฆ์โดยรวม ทุกฝ่ายอยากให้เรื่องเงียบให้เร็วที่สุด เพราะพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกมากได้รับผลกระทบไปด้วย สิ่งนี้กระทบต่อวงการสงฆ์ในระดับโลกด้วย มีการเผยแพร่ในระดับโลกอีกด้วย ทั้งนี้ เหมือนกระแสสังคมโดยเฉพาะผู้หิวแสง ได้ปรากฏตัวทางโซเชียลโพสต์ข้อความทั้งคลิปและข้อความ รวมถึงร้องเรียนหน่วยงานรัฐต่อพระสงฆ์ท่านนี้ อยากจะให้หยุดกันนิ่งสักนิด ในฐานะเราเป็นคนไทยด้วยกัน อยากจะให้พิจารณาใน 3 ข้อบูรพคณาจารย์ในอดีตท่านสอนคือ

1.กรรมในการทำลายสงฆ์
2.กรรมในการทำลายพุทธศาสนา
3.กฎหมายที่อาจจะกลับไปลงโทษหากโพสต์โดยไม่รู้ข้อกฎหมาย

ประการที่ 1 ขอชื่นชม คุณหนุ่ม กรรชัย ที่เจตนาดี ไม่ฟ้องร้องพระสงฆ์ พร้อมยุติและใส่บาตรให้ท่านเจ้าคุณ อย่างไรก็ตาม หากใครที่เจตนาไม่ดีต่อพระสงฆ์ หากการกระทำส่งผลให้สงฆ์แตกแยก ก็อาจจะเป็นอนันตริยกรรม คือกรรมหนัก 1 ใน 5 กรรม ซึ่งเป็นการทำสังฆเภท คือทำให้สงฆ์แตกกันเป็นการทำลายสงฆ์ มีนรกอเวจีเป็นที่ไป

Advertisement

ประการที่ 2 หากศึกษาพระไตรปิฎก ในชาดกทำให้พระศาสนาในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะเสื่อมถอย ต้องไปเกิดในอเวจีมหานรถ พอเกิดมาเป็นปลาก็ปากเหม็นมาก

ประการที่ 3 อยากให้พิจารณาในข้อกฎหมายที่ได้บัญญัติ เช่น กรณีที่คนโพสต์มากที่สุด คือภาพท่าน ว. นั่งสมาธิบนหิมะ และมีถ้อยคำประกอบ หากมีการโพสต์อันเป็นการกระทบกับวัตถุ หรือสถานอันเป็นที่เคารพทางศาสนา ก็อาจผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 206 จำคุก 1-7 ปี หรือปรับ 2 หมื่น-1 แสนบาท หรือหากท่าน ว. ปฏิบัติธรรมจริง มีการร้องเรียนว่าทำให้เกิดความวุ่นวายในขณะทำพิธีกรรม ก็จะมีโทษคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท ตามกฎหมายอาญา มาตรา 207

และหากโพสต์และมีข้อความที่อาจเป็นความเท็จ หรือไม่เป็นความจริง ก็จะผิดตามมาตรา 236 ฐานหมิ่นประมาท รวมทั้งอาจผิดตามมาตรา 393 ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ที่สำคัญคือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากตรวจสอบว่ามีการบิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งตรงนี้หากพิสูจน์ได้ว่าประชาชนได้เกิดความเสียหายซึ่งอาจเกิดจากเสื่อมศรัทธา หรือแตกแยก หรือประการใดๆ ก็อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

นายณพลเดชระบุว่า ได้ประสานงานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาในเบื้องต้น จากอำนาจหน้าที่หากพบเห็นการโพสต์ที่อาจจะเป็นการทำลายและส่งผลต่อวงการพุทธศาสนาดังกล่าวก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้โพสต์และคอมเมนต์เพื่อเอาผิดได้

นายณพลเดชกล่าวด้วยว่า ในฐานะชาวพุทธ เห็นความลำบากและการเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทที่อาจกระทำให้เกิดการค้าขายอันอาจเข้าข่ายหลอกลวง ทั้งนี้ เห็นว่าควรเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่าเอาการศาสนามาเกี่ยวข้องเลย อันจะส่งผลเสียต่อสถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นการกระทำอันอาจขัดรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกด้วย