หน้าแรก การเมือง อนุทิน ลั่น ภ...

อนุทิน ลั่น ภูมิใจไทยไม่ยอม ให้ใครมาครอบงำแน่ เผยโหวตอิ๊งค์นั่งนายกฯ เป็นมติพรรค

21.10.24 | 13:07 น.

‘อนุทิน’ ลั่นใครก็ครอบงำ ภท.ไม่ได้ นอกจากหัวหน้าพรรค ชี้ประเด็นดินเนอร์อยู่ที่นายกฯ มั่นใจ ปมแก้ รธน.-นิรโทษกรรมไม่ใช่ชนวนความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. รับคำร้องยุบพรรคเพื่อไทย และ 6 พรรคร่วมรัฐบาล ยินยอมให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ครอบงำพรรคว่า ในส่วนของ กกต.ใครจะไปร้องเรียนอะไรก็ต้องรับไว้ก่อนอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน หากจะต้องมีการไปไต่สวน สอบสวน หรือให้ปากคำต่างๆ ตนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง แต่ในเรื่องของคำว่าครอบงำ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทยถ้าจะมีการครอบงำ จะต้องครอบงำโดยหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร ซึ่งเราไม่มีใครคนใดคนหนึ่งสามารถที่จะตัดสินใจแทนพรรคได้ แม้กระทั่งตัวหัวหน้าพรรคเอง ทุกอย่างต้องออกมาจากการประชุม และผ่านมติของกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการ

นายอนุทินกล่าวว่า ฉะนั้นในกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลถูกร้องเรียนไปด้วย ตนมั่นใจได้เลยว่าทุกพรรคร่วมรัฐบาลมีหลักการที่เหมือนกัน คือโดยธรรมชาติ ไม่มีทางให้ใครเข้ามาครอบงำแน่นอน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องการตัดสินใจยกมือสนับสนุนให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับเลือกเป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ก็เป็นไปตามมติของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ยืนยันได้ว่าเป็นไปตามครรลองที่เคยกล่าวไว้เกี่ยวกับพรรคการเมืองที่มาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ว่าคนที่จะเป็นนายกฯ จะต้องเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีจำนวนที่นั่งสูงสุดในสภา และเป็นแคนดิเดตที่พรรคนั้นๆ เสนอชื่อให้พี่น้องประชาชนได้พิจารณาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง

นายอนุทินกล่าวต่อว่า หลังจากที่ทราบว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องยุติบทบาทนายกฯไป เราก็ได้มีการประชุมและหารือกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคแกนนำแจ้งมาว่ามีความประสงค์ที่จะเสนอ น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯ พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนจึงยินดีที่จะให้การสนับสนุน ดังนั้นการที่จะบอกว่ามีคนอื่นมาครอบงำ ตนมองว่าเป็นความคิดที่ไม่ประสงค์ดีกับรัฐบาล แต่เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายตรงข้ามจะต้องพยายามหาเหตุอะไรต่างๆ ขึ้นมาเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจว่าทำไม่ได้หรอก เพราะรัฐบาลนี้เริ่มอย่างชัดเจนและมีการหารือประชุมกันอย่างจริงจังในวันที่ 15 ส.ค.ที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดไปยังอาคารชินวัตร 3 ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคเพื่อไทยชั่วคราว ภายหลังจากที่นายเศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกฯ 2-3 วัน ตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มของพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ ฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรให้มันสับสนอลหม่าน

เมื่อถามว่าการดินเนอร์ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นเย็นนี้ พรรคภูมิใจไทยจะหยิบยกประเด็นอะไรขึ้นมาหารือบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องแล้วแต่เจ้าภาพ เพราะนายกฯ เป็นผู้เชิญให้พรรคร่วมไปหารือร่วมกัน จึงคิดว่าท่านคงมีประเด็นอะไรที่อยากจะพูดคุย แต่หากมีประเด็นใดที่สามารถต่อยอดไปในประเด็นอื่นก็ต้องดูบรรยากาศด้วย ส่วนตัวจึงคิดว่าน่าจะเป็นการพูดคุยอย่างผู้ร่วมงานที่จะเดินหน้าบริหารประเทศร่วมกัน

Advertisement

เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยเรื่องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กับแก้รัฐธรรมนูญที่ยังมีความเห็นต่างด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แต่ละพรรคการเมืองมีเจตนารมณ์และมีหลักข้อคิดต่างๆ ในเรื่องนี้อยู่แล้ว เราก็อาจจะนำเอาขึ้นมาหารือกันว่าแต่ละคนมีความเห็นและมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง เพราะหากกฎหมายสำคัญๆ เข้าไปควรที่จะมีการหารือกันก่อนจะได้ไม่ขัดแย้งกัน ทั้งนี้ เรื่องของสภาก็คือเรื่องของสภา อย่าเอามารวมกับเรื่องของรัฐบาล เพราะเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน พวกเราพร้อมที่จะสนับสนุนอยู่แล้ว แต่เรื่องข้อกฎหมายเห็นต่างกันได้ จากนั้นก็ค่อยมาหารือกันเพื่อแสวงหาความร่วมมือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของพรรคหรือแนวทางที่ยึดถือปฏิบัติกันมา

“เรื่องนี้ไม่มีความขัดแย้งอยู่แล้ว แต่ความเห็นต่างมันต้องมี หากทำงานแล้วไม่เห็นต่างกันเลย ก็จะเดินหน้าทำงานไม่ได้ ต้องฟังแล้วเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนมาเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่เห็นพ้องกันหมด มิเช่นนั้นจะเรียกว่าฮั้ว” นายอนุทินกล่าว