หน้าแรก การเมือง เปิดผนึกจดหมา...

เปิดผนึกจดหมายถึงรัฐ – ผกก.หนังสั้น ‘ตากใบ’ ซูมดีเทล สะเทือนใจ ฉายมายด์เซต ‘มองคนไม่ใช่คน’

21.10.24 | 16:17 น.

เปิดผนึกจดหมายถึงรัฐ – ผกก.หนังสั้น ‘ตากใบ’ ซูมดีเทล สะเทือนใจ ฉายมายด์เซต ‘มองคนไม่ใช่คน’

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ห้องกมลพร ชั้น 1 โรงแรมเดอะสุโกศล เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ACB LAB ร่วมกับ The Patani, TUNE & CO, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่าย จัดเวทีเสวนา “ตากใบต้องไม่เงียบ” เปิดพื้นที่ให้กับเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบ แลกเปลี่ยนเรื่องราวและความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและนักกิจกรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ สลายการชุมนุมที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อ  25 ตุลาคม พ.ศ.2547 พร้อมทั้ง เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องก่อนที่คดีจะหมดอายุความ

บรรยากาศเวลา 13.30 น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับ ก่อนร่วมรับชมภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ตากใบ” กำกับโดย นายธีระวัฒน์ รุจินธรรม ทั้งนี้ ระหว่างฉายไปจนถึงช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ซึ่งอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ

นายธีระวัฒน์ ผู้กำกับภาพยนตร์สั้น ‘ตากใบ’ กล่าวว่า ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เคยฉายครั้งแรก เป็นเวอร์ชั่นเดิม เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งฉายเพียง 2 รอบ ที่ ม.ศิลปากร ปีนี้คิดว่าน่าจะเอามาตัดใหม่และฉายซ้ำอีกครั้ง

Advertisement

ส่วนตัวเป็นคนไทยพุทธ ได้ทราบข่าวเหตุการณ์ตากใบ เมื่อปี 2547 เหมือนคนไทยทั่วไป ทราบเรื่องราวของตากใบในแง่ของข่าวสาร อาจจะมีความสะเทือนใจในแง่ตัวเลข คนสูญเสียมากเกินกว่าจะยอมรับได้ สำหรับการขนคนแค่ระยะทาง 150 กม. ซึ่งความจริงใช้เวลา 2 ชม. แต่ปรากฏว่าใช้เวลา 5 ชม. เป็นการรับรู้ตัวเลขเชิงข่าว

“ผมมีเพื่อนอยู่ 3 จังหวัดเยอะ เวลาไปเที่ยวยะลา ปัตตานี จะมาคุย เล่าดีเทล คำบอกเล่าของคนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ รายละเอียดระหว่างทางเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกระหว่างทางไม่รู้เป็นรู้ตาย เสียงของคนรอบข้าง เสียงของทหาร”

ผมไม่ได้เกลียดทหาร แต่มันทำให้เห็นว่า เขามองแบบไม่ใช่คน ในแง่คนทำหนัง เราจะทำอย่างไรให้คนดูรู้สึกถึงภาวะที่อยู่ข้างล่างให้ได้ เป็นโจทย์ในการถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่อยู่ในภาวะดิ้นร้น ต่อสู้กับความตาย กองคนทับกั้น 5 ชั้น 7 ชั้น จากคำบอกเล่าส่วนมาก บางคนก็ตัดแขน ตัดขา ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ ที่มีชื่อสั้นๆ ว่าตากใบ” นายธีระวัฒน์กล่าว

นายธีระวัฒน์กล่าวต่อว่า ถ้าคุณรับรู้ความรู้สึกได้ คุณจะไม่ได้มองเขาเป็นเพียงตัวเลข อยากจะทำลายกรอบการมองตรงนี้ เพื่อสื่อถึงสภาวะที่เกิดขึ้น

ต่อมาเวลา 14.15 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “ตากใบต้องไม่เงียบ” โดย รศ.ดร.โคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล, นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ Human Rights Watch ประเทศไทย, นายอาเต็ฟ โซ๊ะโก ประธาน The Patani, น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้ง The reporters, นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ นักร้องนำวงสามัญชน, นางนารี เจริญผลพิริยะ อดีตกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ดำเนินรายการโดย ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช จากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ หลังจบการเสวนา มีการร่วมอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เรื่อง ขอให้จับกุมจำเลยในคดีศาลจังหวัดนราธิวาสคดีหมายเลขดำที่ อ.78/2567 มาดำเนินคดีก่อนหมดอายุความ และขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญแก่ความทรงจำและการคืนดีหลังโศกนาฏกรรมตากใบ

เนื้อหาความว่า กราบเรียน – ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ตามที่ นางสาวฟาตีฮะห์ ปะจูกูเล็ง กับพวกรวม 48 คน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนราธิวาสในข้อหาว่าจำเลยมีส่วนร่วมกระทำความผิดทางอาญาในเหตุการณ์ตากใบเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 อันมีผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 85 ราย และศาลได้รับฟ้องจำเลยรวม 7 คนไว้แล้วนั้น ได้แก่

  1. พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี
  2. พล.ต.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร
  3. พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์
  4. พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์
  5. พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกุล
  6. นายศิวะ แสงมณี และ
  7. นายวิชม ทองสงค์

ศาลได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานตำรวจศาล พนักงานฝ่ายปกครอง และเจ้าพนักงานตำรวจ จับกุมจำเลยทั้ง 7 คน มาดำเนินคดีตามหมายจับศาล แต่เมื่อผู้พิพากษาได้ออกนั่งพิจารณาคดีในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ปรากฏว่าไม่มีตัวจำเลยคนใดมาศาล ศาลจึงเห็นสมควรให้งานสารบรรณมีหนังสือสอบถามความคืบหน้าไปยังเจ้าพนักงานตำรวจศาล พนักงานฝ่ายปกครอง และเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อให้จับกุมจำเลยมาศาลในการประชุมคดีครั้งต่อไปในวันที่ 25 ตุลาคม 2567

กรณีตากใบ เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่มีผู้เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าพนักงานเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงฯ โดยมี นายพิเชต สุนทรพิพิธ เป็นประธาน คณะกรรมการฯสรุปว่า การเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร เป็นการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและขาดความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาระดับต่างๆ ของทหารที่ควบคุมสถานการณ์ในวันนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549 พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอโทษพี่น้องมุสลิมสำหรับการกระทำเกินกว่าเหตุของรัฐ ในกรณี “กรือเซะ – ตากใบ” และต่อมาในสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการเยียวยาผู้เสียหายรวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตในกรณีตากใบ เป็นเงินรายละประมาณ 7 ล้านบาท

องค์กรที่มีรายนามข้างท้ายนี้มีความเห็นว่า การพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกรณีตากใบ พึงคำนึงถึงหลักการสำคัญ ดังนี้

1.หลักสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศกำหนดว่า กรณีมีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายหรือทหารใช้กำลังโดยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเกินส่วน (ซึ่งรวมถึงในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนั้น) ให้รัฐภาคีดำเนินการสืบสวนสอบสวนที่รวดเร็ว เป็นกลาง และละเอียดถี่ถ้วน โดยประกันว่าผู้กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดี และถ้าถูกตัดสินว่ามีความผิด ต้องได้รับโทษที่เหมาะสม กรณีปล่อยให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ลอยนวลเพราะการขาดอายุความ เป็นการขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน

2.หลักการใช้กำลังอย่างได้สัดส่วน หลักการพื้นฐานของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กําลังและอาวุธโดยเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย (UN Basic Principles on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมกำกับอย่างเข้มงวดของกฎหมาย และมาตรฐานระหว่างประเทศ กล่าวคือควรใช้กำลังถึงขั้นเสียชีวิตเป็นแนวทางสุดท้ายเฉพาะเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อทางเลือกอื่นไม่ได้ผลเพียงพอที่จะป้องกันตนเอง หรือบุคคลอื่นจากภัยคุกคามเฉพาะหน้าถึงขั้นเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส

บทเรียนจากเหตุการณ์ตากใบ ควรเป็นบรรทัดฐานสำหรับการวางมาตรการที่รัดกุมเกี่ยวกับการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมฝูงชน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าภายหลังจากเหตุการณ์ตากใบยังมีการปราบปรามประชาชนอย่ารุนแรงเกิดขึ้นมาอีกหลายครั้ง ตั้งแต่ยุค พธม. นปช. กปปส. และม็อบสามนิ้ว

3.หลักความจริงและการปรองดอง (Truth and reconciliation) หลังการล้มเลิกการปกครองแบบแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ พบว่าก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนเป็นจำนวนมาก เกินกว่าที่จะสืบสวน- สอบสวน-ดำเนินคดีให้ครบถ้วนได้อย่างมีประสิทธิผล รัฐบาลแอฟริกาใต้จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการความจริงและการปรองดองขึ้น เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้มาให้ “ความจริง” แก่คณะกรรมการฯ แสดงความรับผิดชอบ โดยพร้อมชดเชยและขอโทษ เพื่อแลกกับการให้อภัย สำหรับกรณีตากใบ ในกรณีไม่พึงประสงค์ที่รัฐไม่สามารถจับกุมจำเลยก่อนหมดอายุความได้ รัฐบาลพึงดำเนินการตามหลักการข้อนี้ เพื่อการปรองดองและการคืนสันติสุขสู่สังคม

4.หลักการเยียวยาทางสังคม แม้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ดำเนินการชดเชยเป็นจำนวนเงินแก่ผู้เสียหายในกรณีนี้แล้ว รัฐบาลปัจจุบันควรดำเนินการเยียวยาบาดแผลทางใจด้วย ในกรณี 14 ตุลาคม 2516 รัฐบาลหลายคณะได้สนับสนุนการสร้างอนุสรณ์สถานที่สี่แยกคอกวัว และคณะรัฐมนตรีเคยมีมติให้หน่วยงานของรัฐสนับสนุนและเข้าร่วมในพิธีรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาที่จัดขึ้นทุกปีด้วย ในกรณีตากใบ รัฐบาลอาจดำเนินการในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยคำนึงถึงการปฏิบัติที่เหมาะสมกับพื้นที่ด้วย โดยคำนึงถึงหลักการข้างต้น

องค์กรที่มีรายนามข้างท้าย จึงมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1.ขอให้นายกรัฐมนตรีกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการจับกุมจำเลยทั้ง 7 คนโดยเร่งด่วน และส่งตัวจำเลยขึ้นสู่ศาลนราธิวาส ให้ทันในการประชุมคดี วันที่ 25 ตุลาคม 2567

2.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามหมายศาล โดยกำชับไปยังพนักงานปกครอง ให้ดำเนินการจับกุมจำเลยทั้ง 7 คนโดยเร่งด่วน และส่งตัวจำเลยขึ้นสู่ศาลนราธิวาส ให้ทันในการประชุมคดี วันที่ 25 ตุลาคม 2567

3.ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามหมายศาล โดยกำชับไปยังสถานีตำรวจทุกแห่ง ให้ดำเนินการจับกุมจำเลยทั้ง 7 คนโดยเร่งด่วน และส่งตัวจำเลยขึ้นสู่ศาลนราธิวาส ให้ทันในการประชุมคดี วันที่ 25 ตุลาคม 2567

4.ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศึกษากรณีที่เกิดขึ้น และเสนอแนวทางสร้างสันติภาพและการไม่ใช้ความรุนแรง ในการแก้ไขปัญหาตากใบและปัญหาอื่น ๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้

5.หากรัฐล้มเหลวในการนำตัวจำเลยขึ้นสู่ศาล ซึ่งจะเป็นตราบาปหนึ่ง แต่รัฐบาลยังสามารถดำเนินการต่อไปด้วยกลไกอื่นได้ เช่น

5.1 ขอให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความจริง มีอำนาจหน้าที่คล้ายกับคณะกรรมการ Truth and Reconciliation ของแอฟริกาใต้ (แต่ในขอบเขตที่แคบกว่ามาก) โดยสามารถเชิญจำเลยทั้ง 7 และผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นอดีตข้าราชการ มาให้ “ความจริง” แก่คณะกรรมการฯ ว่าตนมีบทบาทอย่างไรในกรณีตากใบ ตนเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นบ้าง หากยอมรับว่าตนได้กระทำความผิด ก็สามารถขอโทษและชดเชยต่อผู้ถูกกระทำหรือต่อญาติผู้ถูกกระทำได้ กรณีที่จำเลยผู้ใดไม่ให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการอิสระฯ คณะกรรมการฯสามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณางดเงินบำนาญหรือดำเนินการถอดยศจำเลยผู้นั้นได้

5.2 ขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยราชการในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับญาติมิตรของผู้เสียชีวิตในกรณีตากใบ ในการจัดพิธีรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยอาจรวมถึงพิธีละหมาดฮายัดเพื่อขอพรและขอสันติสุข ทั้งนี้ โดยปรึกษาหารือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในการจัดหาสถานที่ และการจัดให้มีสัญลักษณ์ที่เหมาะสมด้วย

จึงกราบเรียน/เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ

The Patani

หน่วยวิจัยสันติภาพและความขัดแย้ง สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

The Reporters

Actlab

Tune&Co.

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

เครือข่ายติดตามเฝ้าระวังโครงการพัฒนาปาตานี

เครือข่ายประชาชนผดุงยุติธรรม JAPIL

องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP)

Youth integration for community empowerment (YICE)

สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (สนมท.)

มูลนิธิภาคใต้สีเขียว

Free Pattani River

Patani ArtSpace

ทะลุฟ้า

สำนักข่าว The Pen

สำนักข่าว Wartani

ดาวดิน

อีสานใหม่

ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม(ขอนแก่น)

มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เครือข่ายอาสาสมัครผู้ช่วยทนายความศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ (SPAN)

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม สำนักงานจังหวัดยะลา

เครือข่ายรัฐสวัสดิการ We Fair

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย DRG

ThumbRights

ฝ่ายส่งเสริมมนุษยธรรมสากลและประชาธิปไตย อบจ.

Korat Movement

ชมรมสืบสานวัฒนธรรม (ikram)

องค์การบริหารนักศึกษา ภาคปกติ

สโมสรนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร

สโมสรนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

สโมสรรักษาคณะวิทยาการจัดการ

เครือข่ายนักศึกษาสานสัมพันธ์ Relational Student Network (restu)

ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Natural Resources and environment

conservation club (NEC)

ชมรมศิษย์เก่าอิสลามวิทยามูลนิธิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ยะลา (IVM YRU)

พรรครวมใจจันทน์กะพ้อ

กอผือรื้อเผด็จการ

งานเสวนาที่ไม่เป็นทางการ

เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่