ปีทองมิตรภาพไทย-จีน สู่ปีที่ 50 สุดแน่นแฟ้น พท.ย้ำ รัฐบาล แพทองธาร เดินหน้ากรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ต่อยอดคมนาคม แลนด์บริดจ์ หวังจีนคงสถานะคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ร่วมกล่าวแสดงความยินดีรอบความสัมพันธ์ไทย-จีน 5 ทศวรรษ ในงาน สายสัมพันธ์จากแม่นํ้าสายเดียวกัน: การประชุมแลกเปลี่ยนพรรคการเมืองว่าด้วยความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงและการพัฒนาสีเขียวระหว่างจีน-ไทย“ ว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของการเป็นพันธมิตร ผู้นําของทั้งสองชาติผูกสัมพันธ์แน่นแฟ้น ขยายความร่วมมือเชิงลึกในทุกมิติ สะท้อนผ่านความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของหลักการการเคารพกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน และการไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันเสมอมา

นายดนุพรกล่าวว่า ขณะที่ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนมีการยกระดับอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของทั้งรัฐบาลไทยและจีน ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศให้อยู่ดีกินดี และมีความมั่นคงในทุกด้าน
“จีนคือมิตรแท้ที่พร้อมให้ความสนับสนุนรัฐบาลไทยในหลายช่วงเวลาสําคัญ หนึ่งในห้วงเวลาที่น่าจดจํายิ่งคือ ช่วงปี 2544 ถึง 2549 ประเทศไทยภายใต้การนําของรัฐบาลไทยรักไทย ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ได้ยกระดับนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศอย่างเข้มข้น และได้เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในวาระครบรอบ 30 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยความสนับสนุนอันดียิ่งจากรัฐบาลจีน นโยบายส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ นํามาซึ่งการขยายตัวของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ต่อเนื่องถึงสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การนําของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มุ่งมั่นยกระดับความสัมพันธ์ สถาปนาให้จีนมีฐานะเป็น “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” (Comprehensive Strategic Partnership) ในเดือนเมษายน ปี 2555” นายดนุพรกล่าว

นายดนุพรกล่าวต่อว่า ในขณะที่รัฐบาลเพื่อไทย ใต้การนําของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จะได้ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันทรงคุณค่ายิ่งนี้อีกครั้งในวาระครบรอบปีที่ 50 ในปี 2568 ในนามของรัฐบาลไทย น.ส.แพทองธาร มีความตั้งใจที่จะทําให้การร่วมงานทุกด้านกับรัฐบาลจีน เกิดการยกระดับและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม รัฐบาลไทยจะผลักดันแผนการดําเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น ต่อยอดการวางโครงสร้างระบบขนส่งทางรางและโครงการแลนด์บริดจ์ อํานวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนเพื่อให้จีนคงสถานะเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ สมกับเป็นปีทองแห่งมิตรภาพ (Golden Year of Friendship)
นายดนุพรกล่าวอีกว่า รัฐบาลไทยจะสานต่อ “ความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง” (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) เป็นข้อริเริ่มจากฝ่ายไทยเมื่อปี 2555 เพื่อยกระดับการผสานพลังระหว่างประเทศในเขตเศรษฐกิจลุ่มนํ้าโขง เพื่อการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน ลดปัญหาความเหลื่อมลํ้า และส่งเสริมกระบวนการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนมี 6 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย จีน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม นับตั้งแต่การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 มีแนวทางการดําเนินงานครอบคลุม 3 มิติใหญ่ ซึ่งสอดรับกับ 3 เสาหลักการของประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย มิติที่ 1.ด้านการเมืองและความมั่นคง มิติที่ 2.ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมิติที่ 3.ด้านสังคม วัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งแนวทางดําเนินงาน 3 มิติใหญ่ข้างต้นภายใต้ “กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง” จะถูกขับเคลื่อนโดยคณะทํางาน 6 คณะ

นายดนุพรกล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลไทยจะดำเนินการพัฒนาสีเขียวระหว่างไทยและจีน ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งสองประเทศอาจสนับสนุนและผนึกกําลังกันส่งเสริมได้ในหลายด้าน เช่น การลงทุนในพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ร่วมกันพัฒนากลไกในการจัดการนํ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าในลุ่มแม่นํ้าโขง เพื่อให้เกิดการใช้นํ้าอย่างยั่งยืนและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น
ทั้งนี้ ภายในงาน มีนายเฉิน กาง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจํามณฑลชิงไห่ นายหาน จื้อ เฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจําประเทศไทย นายโภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน รวมทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ เข้าร่วมงาน

