หน้าแรก การเมือง กัณวีร์ ขออย่...

กัณวีร์ ขออย่ามองญาติฟ้อง คดีตากใบ เป็นการเมือง ยันไม่ใช่เรื่องดิสเครดิตรบ. แต่เป็นความยุติธรรม

22.10.24 | 16:20 น.

กัณวีร์ ขออย่ามองที่ญาติฟ้องคดีตากใบเป็นการเมือง เชื่อไม่ใช่จะดิสเครดิตรัฐบาล แต่เป็นความยุติธรรม เมื่อมีคนผิดก็ต้องนำมาลงโทษ

วันที่ 22 ตุลาคม นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวถึงคดีตากใบ ที่กำลังจะหมดอายุความในอีก 3 วัน ในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 โดยระบุว่า การยื่นฟ้องของญาติ 48 คน อย่าไปมองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ที่ประชาชนคาดหวังสูงจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะกว่า 10 ปี ที่อยู่ในบรรยากาศของรัฐบาลจากการรัฐประหาร ประชาชนถูกกดทับจากกฎหมายพิเศษ ทำให้หลายคนหวาดกลัว แต่คดีตากใบ มีการเรียกร้องกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ไม่มีการหยุด

“รัฐบาล 20 ปีที่ผ่านมาต้องคิดว่าการนำสำนวนของอัยการมาสู่คดีอาญาทำไมถึงไม่เกิดขึ้น ในส่วนญาติที่ได้รับการเยียวยา และมีการนำมากล่าวอ้างว่า รับเงินไปแล้วจะมายื่นฟ้องไม่ได้ ผมต้องขอย้ำว่า เงินไม่สามารถเยียวยากระบวนการยุติธรรมได้ เพราะเมื่อมีคนทำผิด คนผิดต้องมารับโทษ” นายกัณวีร์กล่าว

นายกัณวีร์กล่าวว่า คดีนี้ครอบครัวผู้เสียหายเป็นคนรวมกลุ่มรวมพลัง มาฟ้องร้องโดยตัวบุคคล เพราะกระบวนการยุติธรรม เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และศาลจังหวัดนราธิวาสให้ความยุติธรรม ด้วยการออกหมายจับ

“เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จากนายกฯทักษิณ และมาถึงนายกฯแพทองธาร เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องดึงความยุติธรรมมาสู่ประชาชน การแสดงความจริงใจต่อกรณีตากใบ จะสร้างสันติภาพเกิดขึ้นได้” นายกัณวีร์กล่าว

Advertisement

นายกัณวีร์กล่าวย้ำว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับญาติ ที่การริเริ่มในการยื่นฟ้องไม่ได้เกี่ยวกับการยุยงของใคร แต่เป็นความต้องการของญาติ ในฐานะที่ตนเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ได้รับฟังข้อร้องเรียนของญาติ ซึ่งอย่างที่ทราบใน กมธ.มีหลายพรรคการเมือง เช่น นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.พรรคประชาชาติ เป็นประธาน เมื่อมีการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีความเห็นว่า ญาติมีสิทธิฟ้องคดีอาญาได้ ญาติจึงได้ไปยื่นฟ้อง จนศาลมีหมายจับ

“ประชาชนอยากเห็นว่ารัฐเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ถ้าประชาชนไม่สามารถพึ่งได้ ก็จะไม่สามารถสร้างสันติภาพได้เลย การเปิดพื้นที่สันติภาพเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำตั้งแต่แรก” นายกัณวีร์กล่าว

นายกัณวีร์กล่าวว่า ถ้าภาครัฐไม่สามารถผลักดันความยุติธรรมได้ ประชาชนก็ผิดหวัง และในฐานะรัฐบาลไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ และเรื่องนี้เป็นความมั่นคงของมนุษย์ในการคืนสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่การเมืองของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ที่มาโจมตีกัน แต่เป็นความยุติธรรม เป็นรากเหง้าของปัญหา

“อย่าไปพูดว่าพรรคนี้เป็นรัฐบาล เพราะอาจมีอดีต ส.ส.ของพรรครัฐบาล แล้วไปโยงการเมือง ไม่ใช่นะครับ
คนที่ทำผิดต้องลงโทษ คนที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิเรียกร้อง และเขาก็คาดหวังกับรัฐบาลมาจากประชาชน จะบอกได้”

นายกัณวีร์กล่าวย้ำว่า ถ้าตนเองเป็นผู้นำรัฐบาล จะยืนยันกับประชาชนว่าตั้งแต่วันนี้ แม้จะหมดอายุความ จะตามต่อไป แม้จำเลยจะหมดอายุความ แต่ต้องสื่อสารให้สังคมทราบว่าจะต้องหาความจริง ไม่สามารถให้ทุกคนลอยนวลได้

“น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่รับข้อเสนอต่ออายุความ ที่ ครม.ไม่ออก พ.ร.ก.ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพราะอย่างน้อยจะสร้างความรู้สึกว่า มีเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ปัญหาและนำมาซึ่งสันติภาพในพื้นที่ได้ เพราะอย่างที่เห็นว่าการเจรจาสันติภาพก็หยุดชะงักลงมาปีกว่าแล้ว”

นายกัณวีร์กล่าวย้ำว่า เป็นความคาดหวังของประชาชนที่จะเห็นกลไกการติดตามจำเลยทุกคนมาให้ทันอายุความ เหลืออีก 3 วันแล้ว อยากเห็นจริงๆ ว่ารัฐบาลจะแสดงความจริงใจกับปัญหานี้จริงๆ