กรมที่ดิน ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน ชลบุรี หลังเกิดกรณีบุกจับและตั้งข้อหาเรียกรับเงิน “อนุทิน” ชี้หากพบผิดจริง ลงโทษเด็ดขาดทั้งตามกฎหมาย และโทษวินัย ข้าราชการมหาดไทยต้องเป็นที่พึ่งไม่ใช่รังแกประชาชน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้รับทราบถึงกรณีที่ช่วงบ่ายวันนี้ (22 ตุลาคม) เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ร่วมกันเข้าจับกุมหัวหน้าช่างรังวัด จังหวัดชลบุรี พร้อมตั้งข้อหาจากกรณีเรียกรับเงิน แลกกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโครงการหมู่บ้านจัดสรร แปลงละ 2,000 บาท โดยนายอนุทินได้กำชับให้กรมที่ดิน ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่ให้เกิดข้อกังขาจากสังคม ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ กรมที่ดินได้รายงานให้นายอนุทิน และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทราบว่า ช่างรังวัดที่ถูกจับกุมตามข่าวที่เผยแพร่ในสื่อมวลชน เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานที่ดิน จังหวัดชลบุรี ทันทีที่ปรากฏข่าวทางกรมที่ดินได้มีคำสั่งให้ข้าราชการรายดังกล่าว มาช่วยราชการที่กรมที่ดิน กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมีผู้ตรวจราชการกรมเป็นประธาน โดยให้รายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน
นางสาวไตรศุลีกล่าวว่า นายอนุทินได้ให้แนวทางกับกรมที่ดินว่า เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส หากพบว่าเป็นการทำผิดจริงให้ลงโทษทั้งตามกฎหมาย และโทษวินัย ไม่มีละเว้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับผู้ปฏิบัติคนอื่นๆ พร้อมกับเน้นย้ำว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยต้องดำรงตนอยู่ในวินัย เป็นแบบอย่างและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ไม่ใช่ใช้อำนาจตามกฎหมายไปเอารัดเอาเปรียบ หรือรังแกประชาชน

