หน้าแรก การเมือง ณัฐพงษ์ ถาม ร...

ณัฐพงษ์ ถาม รมว.พลังงาน ข้อพิรุธซื้อ พลังงานหมุนเวียน พีระพันธุ์ แจง ไม่มีล็อกสเปก เป็นอำนาจ กกพ.

24.10.24 | 14:01 น.

ณัฐพงษ์ ถามกระทู้ ’รมว.พลังงาน‘ เปิดข้อพิรุธซื้อพลังงานหมุนเวียน ล็อกสเปก-ไม่ประกาศหลักเกณฑ์ก่อน-รับซื้อโดยไม่จำเป็น ด้าน ‘พีระพันธุ์’ แจง จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ไม่มีล็อกสเปก โยนเป็นอำนาจ กกพ.ดำเนินการรับซื้อ

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายภราดร​ ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระ พิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เรื่องการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่ น.ส.แพทองธารมอบหมายให้นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตอบแทน

โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอยากพูดคือ 4 ข้อพิรุธเกี่ยวข้องกับการรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ โดยข้อพิรุธข้อที่ 1 คือ กระบวนการรับซื้อค่าไฟพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ครั้งนี้ ใช้กระบวนการเดียวกันกับการรับซื้อ 5,200 เมกะวัตต์ที่ผ่านมา ซึ่งการรับซื้อพลังงานในครั้งนี้ไม่มีการประมูลแต่อย่างใด ทำให้ไม่มีการแข่งขันทั้งที่เอกชนควรสามารถเสนอราคาได้ ทำให้ถูกลงได้ กลายเป็นเราต้องซื้อค่าไฟแพง

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ข้อพิรุธข้อที่ 2 ไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์ล่วงหน้า เนื่องจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป ต้องมีการประกาศหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนก่อนที่ผู้ประมูลจะเข้าไปยื่นซองประมูล แต่ครั้งนี้กลับใช้การคัดเลือกที่ไม่มีความโปร่งใส เพราะปิดรับซองสมัครการขายไฟฟ้าก่อนที่จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ ข้อพิรุธข้อที่ 3 คือการปิดกั้นการแข่งขัน การประกาศรับซื้อ 3,600 เมกะวัตต์ในครั้งนี้ มี 2,000 กว่าเมกะวัตต์ที่กำลังกำหนดหลักเกณฑ์ว่าเป็นโควต้าที่ล็อกให้ผู้ยื่นซองครั้งที่แล้ว แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ท่านออกหลักเกณฑ์เช่นนี้มาเพื่ออะไร ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็มีมติส่งเป็นข้อสังเกตแล้วว่าการออกหลักเกณฑ์เช่นนี้เป็นการปิดกั้นผู้แข่งขันของผู้ประกอบการรายใหม่ ปิดกั้นประเทศให้คนที่เสนอราคาหรือคุณภาพที่ดีกว่าเข้ามา แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกลับสั่งให้เดินหน้าต่อ

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับข้อพิรุธข้อที่ 4 คือการประกาศรับซื้อโดยไม่จำเป็น เป็นกระบวนการการฟอกเขียวที่อ้างเรื่องพลังงานสะอาดเพื่อเปิดการรับซื้อรอบใหม่ ท่านจำเป็นต้องใช้วิธีการรับซื้อที่ให้การไฟฟ้ารับซื้อจริงหรือไม่ เพราะท่านก็มีนโยบายเรื่องไดเร็กต์ พีพีเออยู่แล้ว ทำไมจึงต้องใช้วิธีการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนเข้ามาเช่นนี้ แถมซื้อแพงกว่าความเป็นจริง ฉะนั้น จึงอยากถามว่า ท่านรู้เห็นกระบวนการนี้หรือไม่ มีความคิดที่จะหยุดยั้งกระบวนการหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจในระบบไฟฟ้าอย่างไร หากท่านรับรู้และหยุดแบบเดียวกับพวกตน จึงขอให้ตอบมาเป็นข้อๆ เลยว่าข้อพิรุธทั้ง 4 ข้อนั้นจะแก้อย่างไร

Advertisement

นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ท่านสามารถลงนามการยุติในสัญญาได้ แล่วท่านจะจัดการอย่างไร รวมถึงจะดำเนินการอย่างไร ให้มีการประมูลและการแข่งขันที่เป็นธรรม ทั้งนี้ หากเราดูรัฐบาลทุกยุคจะเห็นว่าการออกระเบียบเพื่อรับซื้อพลังงานต่างๆ จะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่มีใครเกรงกลัวว่าจะทำผิดกฎหมาย ไม่มีข้ออ้างใดที่จะรัฐบาลจะไม่ดำเนินการต่อ อยากสนับสนุนให้ท่านเดินหน้าต่อเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

ด้าน นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ปัญหาที่นายณัฐพงษ์ถามนั้น ถ้าวันนี้ตนไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขาเดินหน้าไปหมดแล้ว แต่เพราะตนเป็นรัฐมนตรีจึงเดินหน้าไม่ได้ รอบนี้มีการรับซื้อค่าพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์ ต่อยอดมาจากรอบที่แล้วที่มีปัญหาซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี จนกระทั่งตนเข้ามารับตำแหน่งนี้ เขาก็จะเดินหน้ากันและมีการกำหนดเงื่อนไขเหมือนที่นายณัฐพงษ์พูด แต่ตนและกระทรวงพลังงานเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะไม่เป็นการแข่งขันที่แท้จริงและผิดกฎหมาย เราจึงไม่เห็นด้วย ทำให้การดำเนินการในเรื่องนี้ล่าช้าลง

นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เรายังได้มีการทบทวนเรื่องการซื้อพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์มาโดยตลอด และหารือกันมาตลอดว่าไม่ควรกำหนดลักษณะเช่นนั้น แต่เมื่อมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีก็เกิดความยุ่งยาก ซึ่งเมื่อตนได้เป็นรัฐมนตรีเต็มตัวก็ได้มาตรวจสอบพบว่ามีความผิดพลาดเรื่องมติที่มีการกำหนดรายละเอียดแบ่งเป็น 2 ก้อนแบ่งเป็น 2,100 เมกะวัตต์ กับ 1,500 เมกะวัตต์ โดยบอกว่าก้อน 1,500 เมกะวัตต์นั้น จะเปิดประมูลทั่วไป ส่วน 2,100 เมกะวัตต์จะให้คนที่พลาดครั้งที่แล้วมาได้สิทธิครั้งนี้ ตนจึงบอกว่าไม่ถูกต้อง เพราะการประมูลครั้งที่แล้วจบก็คือจบ ต้องเดินหน้าประมูลใหม่ การจะกำหนดหลักเกณฑ์เช่นนั้นตนไม่เห็นด้วย แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะเดินหน้าดำเนินการเพียงแค่อยู่ระหว่างการสอบถาม กกพ. ในส่วนนี้ตนสั่งให้มีการทบทวนแล้ว

นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่ท่านถามว่ามีไดเร็กต์พีพีเอแล้ว จะมีการรับซื้อไปอีกทำไม ไดเร็กต์พีพีเอหรือการรับซื้อโดยตรงนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตกับผู้รับซื้อจะตกลงกันเฉพาะการขายตรงกัน แต่จะนำเข้าระบบหลักของ กฟผ. และเป็นส่วนหนึ่งของการใช้พลังงานสะอาดสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องใช้ ซึ่งในการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าทั้ง 3,600 เมกะวัตต์ จะต้องมีการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ หากเห็นว่ามีอะไรผิดพลาดก็ต้องแก้ไข ที่ท่านกังวลว่าจะมีการล็อกสเปกนั้น จะไม่มีอย่างแน่นอน ขณะที่การรับซื้อ 5,200 เมกะวัตต์นั้น ตนเคยหารือกับ กกพ.ให้หาช่องทางที่จะดำเนินการ ซึ่งทาง กกพ.ก็เกรงว่าจะโดนข้อผิดพลาดทางกฎหมาย แต่หาช่องทางอยู่ และต้องเข้าใจว่าการประกวดราคานั้นคือ กกพ. ไม่ใช่ตนหรือกระทรวงพลังงาน หากนายณัฐพงษ์มีแนวทางการแก้ไขก็สามารถเสนอมาได้ ตนยินดีรับข้อเสนอ ไม่ได้แบ่งเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เราทำงานเพื่อประชาชนเหมือนกัน

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า รัฐบาลตั้งแต่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ก็มีความเป็นห่วงเรื่องนี้ ไม่ต้องการให้ประชาชนต้องมาแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ที่แพงขึ้น นอกจากนี้ เราจะพยายามดำเนินการเรื่องไฟโซลาร์ให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องไดเร็กต์พีพีเอ หากเอกชนรายใดพร้อมที่จะทำสายตรงเข้าไปถึงผู้ซื้อเอง เราก็ไม่มีข้อขัดข้อง ซึ่งจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครมีความพร้อม หากเป็นเช่นนั้นเราจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นน้อยลงไปด้วย และอะไรที่ตนแก้ไขอะไรได้จะแก้ไข ไม่มีกลุ่มทุน ตนทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประชาชน ซึ่งอำนาจไม่ได้อยู่ที่ตน ตนไม่ได้เป็นคนประมูล ไม่ได้กำหนดกติกา เพราะองค์กรที่รับผิดชอบคือ กกพ. เราได้แค่เสนอแนะและหารือกับเขาเท่านั้น ขอให้มั่นใจว่าตนจะพยายามทำเต็มที่เพื่อความถูกต้อง