พรรคประชาชน เตรียมชงญัตติด่วนต่อสภา เปิดคุยตากใบ หารือแนวทางหลังคดีหมดอายุความ 25 ต.ค.นี้ พร้อมเชื่อสถานการณ์ใต้เริ่มคลุกฝุ่น แผนความรุนแรงเกิดขึ้น
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงว่า ในวันพรุ่งนี้ภาคประชาชนของเราจะเสนอญัตติด้วยวาจา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายเพื่อหารือเพื่อหาทางออก ทางการเมืองโศกนาฏกรรมตากใบ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่คดีจะหมดอายุความ ซึ่งถ้านับจากวินาทีนี้ไปถึงเที่ยงคืนของวันที่ 25 ตุลาคม จะเหลือเวลาอีก 33 ชั่วโมง และในเวลาที่เหลืออยู่นี้ถ้าคิดจากเทคโนโลยีการเดินทางของปัจจุบันนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของโลกจำเลยทั้ง 14 คนสามารถเดินทางมาทันมอบตัว และเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามที่จะจับกุมตัว
ดังนั้น การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรุ่งนี้เราจึงจะถือโอกาสเสนอเรื่องด่วนเรื่องนี้ เราคงรอกันไม่ได้อีกแล้ว เพราะถ้าคดีนี้ขาดอายุความไป ความชอบธรรมของอำนาจรัฐไทย ฉะนั้นเราจึงต้องหาวิถีทางในการที่จะโอบรับ โอบอุ้มความรู้สึก การไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนที่สูญเสีย

นายรอมฎอนกล่าวอีกว่า และเท่าที่ทราบสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ในตอนนี้ก็ถือว่าคลุกฝุ่น และแบบแผนของความรุนแรงก็เริ่มกลับมา ถือเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อการชอบธรรมของอำนาจในการปกครองของรัฐไทยเริ่มเสื่อมคลาย ทางกลุ่มผู้ก่อการไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม ใช้ช่องว่างเหล่านั้นในการก่อเหตุ ฉะนั้นพรุ่งนี้เราจะตั้งโจทย์และเชิญชวนสมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายว่าหลังจากวันที่ 25 ตุลาคม จะดำเนินการอย่างไรต่อและข้อเสนอแนะในญัตตินี้ และถ้าผ่านการเห็นชอบก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล ตนจึงขอเรียกร้องสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองได้อภิปราย
“นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของบ้านเมืองและเป็นเรื่องของรัฐและความชอบธรรม เราควรจะต้องใช้กลไกทางรัฐสภาของเราแก้ไขปัญหาทางการเมือง เราควรใช้ปากและหู ในการพูดและรับฟังแทนที่จะใช้ปืนและความเงียบ” นายรอมฎอนกล่าว

นายรอมฎอนกล่าวว่า ครั้งหนึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ตากใบในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยใช้กลไกของรัฐสภาในการเปิดอภิปราย ตนก็อยากเห็นวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปี เกิดเมื่อกระบวนการยุติธรรมอาจจะยังไม่สามารถเอื้ออำนวยให้ประชาชนได้ เราก็ควรใช้พื้นที่ทางการเมือง เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ได้รับรู้ว่าเราสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค ให้ความจริงใจและความสำคัญกับเรื่องนี้

