หน้าแรก การเมือง ชัยธวัช ผิดหว...

ชัยธวัช ผิดหวัง สภาคว่ำข้อสังเกตนิรโทษกรรม สะท้อนรัฐบาลขาดเอกภาพ

24.10.24 | 18:41 น.
สภาคว่ำข้อสังเกตนิรโทษกรรม

‘ชัยธวัช’ ผิดหวังสภาฯ ตีตกข้อสังเกต กมธ.นิรโทษกรรม สะท้อนรบ.ขาดเอกภาพ ชี้แข่งกันแสดงความจงรักภักดีล้นเกินไม่เป็นผลดี

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ นายชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะกรรมาธิการฯ และ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงภายหลังที่ประชุมสภาฯ มีมติไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมการธิการฯ

นายชัยธวัช กล่าวว่า ค่อนข้างน่าผิดหวัง แม้จะเห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าพรรคร่วมรัฐบาลเองไม่มีเอกภาพในเรื่องการนิรโทษกรรม ซึ่งเมื่อช่วงเช้าของวันนี้พรรคเพื่อไทยดูเหมือนจะมีมติให้เห็นชอบกับข้อสังเกต แต่สุดท้ายเมื่อผลโหวตออกมา เสียงที่เห็นชอบจำนวน 140 กว่าเสียง น่าจะมาจากพรรคฝ่ายค้านเกือบทั้งหมด เท่ากับว่าสภาฯ จะไม่ส่งข้อสังเกตในรายงานไปให้รัฐบาล ซึ่งข้อเสนอหลายเรื่องมีความสำคัญ สามารถนำไปใช้ในร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของรัฐบาลเองได้

ซึ่งผลจากมติวันนี้ ในทางการเมืองสะท้อนว่ามีความไม่แน่นอนอย่างสูง ว่ารัฐบาลนี้จะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองฉบับของรัฐบาลก่อนการเปิดสมัยประชุมหน้าเองหรือไม่ รวมถึงอาจจะไม่มีมาตรการใดๆ มาคลี่คลายปัญหาความรุนแรงของคดีทางการเมืองในปัจจุบัน และอนาคต อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะกรรมาธิการฯ รวมถึง ส.ส.พรรคประชาชนก็ยังหวังจะเห็นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเสนอเข้าสู่สภาฯ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะจากรัฐบาลเองหรือจากพรรคเพื่อไทย

ชัยธวัช

เมื่อถามว่าสาเหตุของการลงมติไม่เห็นชอบในครั้งนี้ มาจากการนิรโทษกรรมคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 และมาตรา 112 ใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า สาเหตุหลักไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น เพราะรายงานไม่ได้เป็นการผูกมัดว่าคณะรัฐมนตรีต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบใด เพียงแต่เป็นข้อสังเกตให้รับไปพิจารณา ซึ่งมีหลายทางเลือก ส่วนตัวมองว่าสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาเอกภาพภายในคณะรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนว่ามีแนวโน้มที่รัฐบาลจะไม่มีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลยื่นเข้ามา โดยเมื่อไม่กี่วันก่อนนายกฯ ก็พูดในทำนองว่า เรื่องนิรโทษกรรมให้เป็นเรื่องของสภาฯ

Advertisement

“ผมคิดว่ามีนักการเมืองจำนวนหนึ่ง หากอ้างคำพูดของนายจาตุรนต์ ฉายแสง ว่าแข่งกันแสดงความจงรักภักดี ผมขอเติมไปด้วยว่าแข่งกันแสดงความจงรักภักดีแบบล้นเกินในทางที่ผิด ผมอยากให้นักการเมืองรวมถึงประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่จงรักภักดี และปรารถนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ลองพิจารณาอีกมุมหนึ่งว่าควรใช้โอกาสในการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ซึ่งรวมมาตรา 112 เข้ามาด้วย แต่จะเป็นแบบมีเงื่อนไขหรือไม่อย่างไร ก็แล้วแต่ จะเป็นโอกาสคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา” นายชัยธวัช กล่าว

ชัยธวัช

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าไล่เรียงกันชัด ๆ การเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการฯ นี้ขึ้นมา ก็เป็นญัตติของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเอง ทั้ง ๆ ที่อดีตพรรคก้าวไกลในเวลานั้น มีความเห็นว่าการนิรโทษกรรมสามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องศึกษาแนวทางด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อเป็นแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการศึกษาก่อน สุดท้ายพวกเราก็เข้าร่วม ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในปัญหาว่าตกลงแล้วรัฐบาลนี้จะเอาอย่างไรต่อการนิรโทษกรรม เพราะรัฐบาลเคยพูดว่าต้องการแก้ไขปัญหาจากนิติสงครามรูปแบบต่าง ๆ แต่ตกลงแล้วสถานะของคำพูดที่เคยพูดเอาไว้จะเป็นอย่างไร เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนจะเหลือน้อย เราเองในฐานะพรรคประชาชนยังยืนยันจะเดินหน้าผลักดันให้เกิดการนิรโทษกรรม เพื่อเป็นทางออกไปสู่การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพราะตอนนี้ก็มีร่างที่นายชัยธวัชเคยได้เสนอไว้