หน้าแรก การเมือง สภารับญัตติด่...

สภารับญัตติด่วน แก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ แก้ไข กม. 3 ฉบับ หวังไม่ตกเป็นเหยื่อซ้ำรอยดิไอคอน

24.10.24 | 19:56 น.

สภารับญัตติด่วนแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ แก้ไข กม.ที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ หวัง ปชช.ไม่ตกเป็นเหยื่อซ้ำรอยดิ ไอคอนอีก

เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาธุรกิจขายตรงซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน เสนอโดย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย และญัตติของ นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ที่ให้สภาพิจารณาตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาและแก้ไขกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาหาธุรกิจขายตรงหรือการตลาดขายตรง ลักษณะเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่

นายเลิศศักดิ์อภิปรายเหตุผลในการเสนอญัตติว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีดิไอคอนกรุ๊ปที่จดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง ซึ่งมีดารานักแสดงในวงการบันเทิงเป็นพรีเซ็นเตอร์ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าของดิ ไอคอน จนทำให้ประชาชนร่วมลงทุนหลายแสนคน สร้างมูลค่าและทรัพย์สินให้กับเจ้าของ ดารานักแสดงที่ชักชวนให้ร่วมลงทุนจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าตัวแทนไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ สร้างความเสียหายให้กับตัวแทนและประชาชนที่ร่วมลงทุนจำนวนมาก สร้างความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณารอบคอบเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมต่อไป เห็นว่าการขายสินค้าของดิไอคอนอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย 3 ฉบับ คือ 1.พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19 2.พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และ 3.พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล

นายเลิศศักดิ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1.พิจารณาศึกษา เสาะหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือส่งญัตติดังกล่าวให้กับคณะกรรมาธิการสามัญดำเนินการศึกษาและแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันธุรกิจขายตรงหรือการตลาดแบบตรง เข้าลักษณะฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 2.ส่งข้อเสนอแนะต่างๆ ให้กับรัฐบาล เพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เห็นว่าเรื่องการฉ้อโกงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ ซึ่งกรณีของดิไอคอนมูลลค่าความเสียหายของประชาชนแทบไม่ต่างกับกรณีการฉ้อโกงของแก๊งคอลซ็นเตอร์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า หากดิไอคอนกระทำผิดตามกฎหมายข้อใดข้อหนึ่ง คิดว่าหากผู้บริหารดิไอคอนโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปส่วนอื่น เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล ถือว่าเข้าข่ายความผิดมูลฐานการฟอกเงิน ดังนั้น หากจะมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายโดยสภาผ่านกลไกของกรรมาธิการก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนในภาพรวม เพราะเนื่องจากสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก กฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันออกมานานแล้ว

Advertisement

ต่อมา นายเอกราชอภิปรายว่า ปัจจุบันกฎหมายที่ใช้อยู่ ผู้ประกอบการมักใช้ช่องโหว่ไปหลอกลวงประชาชน โดยเอาผลประโยชน์มาตอบแทน ล่อซื้อให้พี่น้องมาเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ทำให้ประชาชนไม่เป็นผู้บริโภค จึงทำให้มีข่าวเกิดขึ้นทำนองนี้จำนวน เช่น Forex-3D แชร์แม่ชม้อย แชร์ซินแสต่างๆ ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นเพราะกฎหมายที่อ่อนเกินไป คิดว่าถึงเวลาแล้วที่สภาต้องทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยดูว่าจะดำเนินการแบบไหนเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิประชาชนได้ดีที่สุด

เอกราช อุดมอำนวย

จากนั้นที่ประชุมอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยทั้งหมดต่างอภิปรายเห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว และเห็นด้วยที่จะให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจขายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ให้ทันกับยุคสมัย และเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติดังกล่าวให้กับกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภา โดยให้พิจารณาเสร็จสิ้นภายใน 90 วัน