หน้าแรก การเมือง สภารับญัตติด่...

สภารับญัตติด่วนคดีตากใบ จาตุรนต์แจงโรม รบ.ขอโทษแล้ว สมช.จ่อใช้กม.อื่น แทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

25.10.24 | 14:46 น.

‘จาตุรนต์’ แจง ‘โรม’ แทนรัฐบาล เคยขอโทษต่อเหตุการณ์ตากใบไปแล้วตั้งแต่ ‘ทักษิณ’ เชื่อไม่รู้จริงๆ ว่ามีคนเสียชีวิต รับเป็นความผิดพลาดร้ายแรง ชี้เยียวยาอาจไม่พอต่อบาดแผลในใจ เผยคุย สมช.เตรียมเสนอร่างกฎหมายใช้แทนกฎหมายพิเศษ แต่หาก ‘รังสิมันต์’ จะเสนอก็ยินดีหนุน สุดท้ายที่ประชุมเห็นชอบญัตติด่วน ส่งต่อ กมธ.กฎหมายฯ พิจารณา 90 วัน

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ซึ่ง นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความของคดีตากใบและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐและการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ และญัตติด่วนด้วยวาจาของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาหาทางออกกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีคดีสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบขาดอายุความ (25 ต.ค.)

เวลา 12.40 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องชี้แจงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่าตอนเกิดเหตุตากใบมีการขนคนกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง นายกฯในขณะนี้ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ ซึ่งจากข้อเท็จริงย้อนหลังในระหว่างที่มีการขนคนทั้งนายกฯในขณะนั้นและแม้แต่แม่ทัพภาค 4 ในขณะนั้น ซึ่งบัญชาการกำกับควบคุมฝูงชนอยู่ก่อน และต่อมาก็ต้องออกไปนอกพื้นที่ ส่วนนายกฯก็ไม่ทราบจนกระทั่งการขนคนนั้นผ่านไปแล้ว

นายจาตุรนต์อภิปรายว่า ถ้าไปดูย้อนหลังก็จะพบว่าอดีตนายกฯในขณะนั้นคือ นายทักษิณ ชินวัตร ได้พูดขอโทษถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก เป็นการพูดขอโทษที่เป็นการสั่งการให้ใช้กำลังในการจัดการกับฝูงชนที่อาจแรงเกินไป และครั้งที่ 2 เป็นการพูดถึงการขนคนที่ท่านไม่ทราบเลยว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง และท่านขอโทษต่อประชาชนไปแล้ว

Advertisement

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายรังสิมันต์ถามถึงว่ารัฐบาลนี้จะเป็นอย่างไร จะปล่อยให้เป็นอย่างเดิมหรือไม่ อย่างหนึ่งที่จะเหมือนกันซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้กล่าวขอโทษต่อพี่น้องประชาชนที่สูญเสียในเหตุการณ์ตากใบไปแล้ว เป็นเรื่องดีต่อการเริ่มต้นที่จะแก้ปัญหา ลดความรู้สึกผิดหวัง รู้สึกไม่สบายใจของพี่น้องประชาชนลงไปได้บ้าง ทั้งนี้ ตนไม่ต้องการมาชี้แจงแทนรับฐาล แต่ตนเป็นประธาน กมธ.จึงรู้เรื่องนี้ ส่วนที่ถามว่าแล้วรัฐบาลนี้จะทำอะไร มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างหรือไม่ เรื่องนี้ตอบแทน 100% ไม่ได้ แต่เชื่อว่านโยบาย สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกมาก และ กมธ.จะเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ นโยบายในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่น่าจะเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากที่ทำกันมา ส่วนจะเป็นที่ยอมรับแค่ไหนอย่างไรก็คงต้องดูกันต่อไป

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เป็นความสูญเสียที่สะเทือนใจประชาชนอย่างมาก ไม่เฉพาะครอบครัวที่สูญเสีย แต่ยังมีผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป การเสียชีวิตในรถเป็นจำนวนมากขณะขนส่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจคิดได้เลยว่าจะทำกันไปอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะเหตุการณ์ 6 ตุลา ขนคน 3 พันกว่าคนใส่รถไปโรงพัก และตามค่ายทหาร ไม่มีเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว แต่ทำไมขนคนที่ตากใบกว่า 300 คน แต่เสียชีวิตมากถึง 78 คน นอกากนั้นยังมี 7 คนที่ถูกทำให้เสียชีวิตก่อน และ 5 คนถูกยิงที่ศีรษะ ซึ่งยังเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ต่อมาต้องมีการขอโทษ และเยียวยากันอย่างจริงจัง แน่นอนว่าการเยียวยาด้วยเงินทอง ทรัพย์สิน ด้วยการดูแลอาชีพก็ยังไม่เพียงพอ เพราะเป็นบาดแผลที่ใจ เหตุการณ์ก็ผ่านไปแต่เรื่องเงียบไประยะหนึ่งเนื่องจากมีเรื่องไปสู่ศาล แล้วศาลวินิจฉัยว่าผู้ที่เสียชีวิต เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไปตามหน้าที่ แต่เรื่องก็เงียบไปนานมาก

“ถามว่าทำไมเพิ่งมาเป็นเรื่องกันตอนนี้ก็เพราะมีการมารื้อคดีเมื่อปี 2566 ตำรวจภาค 9 ทำคดีเสนอฟ้องเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 8 คน อัยการส่งฟ้องเมื่อวันที่ 12 กันยายน และญาติผู้เสียชีวิตก็ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐอีก 7 คนเป็นจำเลย ศาลรับฟ้องเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เรื่องมาฉุกละหุกกะทันหันในช่วงนี้ แต่เมื่อเกิดการฟ้องร้อง และศาลรับฟ้องอย่างนี้ก็เป็นความหวังของประชาชนอีกครั้งหนึ่งว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ที่เป็นบาดแผลระทมขมขื่นมานาน หรือบางคนอาจโกรธแค้นมานาน หวังว่าจะได้ความยุติธรรมจากรัฐ ซึ่งปรากฏว่าคดีจะหมดอายุความในเที่ยงคืนนี้ แต่ไม่มีใครขึ้นสู่ศาลเลยแม้แต่คนเดียว ก็เป็นความผิดหวังอย่างร้ายแรง และอาจนำไปสู่ความรู้สึกโกรธแค้นอีกหลายอย่าง เนื่องจากไม่สามารถพึ่งกระบวนการยุติธรรมได้” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ที่สำคัญคือความน่าเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรมก็จะหมดไป ซึ่ง สมช.จัดเตรียมมาตรการ เพราะเหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปได้ มีการเฝ้าระวังพื้นที่เข้มข้นมากขึ้น กำชับห้ามซ้อมทรมานผู้ต้องหา มีการเยียวยามากกว่าที่เคยทำมาก่อน และเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพ แต่แค่นั้นยังไม่พอ คงต้องมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ และยังกำชับไปยังแม่ทัพภาค 4 ว่าไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปคุกคามต่อผู้ฟ้องในเหตุการณ์ตากใบ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าไปเยี่ยม ไปพบผู้ที่ฟ้องเหตุการณ์ตากใบ ซึ่งดูจะเป็นการคุกคามมากกว่า และยังพูดถึงการเยียวยาเพิ่มเติม และให้ทุกฝ่ายละเว้นเรื่องความรุนแรง

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คดีตากใบเป็นคดีร้ายแรงและใหญ่มาก แต่ปัญหาในชายแดนใต้ยังมีมากกว่านั้น เห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านที่จะต้องมีการพิจารณาแก้ไขปัญหาหลายอย่าง ทั้งที่เป็นพื้นฐานความขัดแย้งทั้งหลาย ลดเงื่อนไขความขัดแย้งมากที่สุด และหาทางแก้ปัญหาหลักให้ได้ ซึ่งองค์กรที่ดูแลมี 3 องค์กรหลัก โดยมีกฎหมาย 3 ฉบับที่มีไว้ใช้ในภาวะศึกสงคราม และเป็นกฎหมายที่ใช้เมื่อไหร่จะไม่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้อยู่ต่อไปก็ไม่มีทางที่จะเกิดสันติสุขสันติภาพในชายแดนใต้

“ดังนั้น ต้องให้พื้นที่แสดงออกทางการเมือง ส่งเสริมการพูดคุยสันติสุข ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การเคารพอัตลักษณ์อย่างจริงจัง มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในการรับมือกับสถานการณ์ชายแดนใต้ ให้ประชาชนทุกพื้นที่จากทุกภาคส่วน ทุกเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมกันเป็นเจ้าของพื้นที่ และร่วมกันเป็นเจ้าของประเทศไทย กำหนดความปลอดภัยของบ้านเมืองของเขาเอง และกำหนดความเป็นไปของประเทศไทยร่วมกัน

หากเราทำได้ถึงขั้นประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา จะร่วมกันช่วยกันพัฒนาจังหวัด เพื่อที่ประโยชน์ของเขาเอง และลูกหลาน ประชาชนเหล่านี้จะช่วยกันป้องกันความไม่สงบ สร้างสันติสุขสันติภาพให้เกิดขึ้น เราควรมาร่วมกันทำในยุคนี้และสมัยนี้ และหวังว่าอีกไม่นานจะเกิดสันติภาพและสันติสุขในชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน” นายจาตุรนต์กล่าว

ทำให้ นายรังสิมันต์ ลุกขึ้นอภิปรายที่ถูกพาดพิงว่า รับฟังการชี้แจงของนายจาตุรนต์ แต่ยืนยันว่ามีคนอีกจำนวนมากที่สงสัยเหมือนที่ตนสงสัยว่าระยะเวลาในการขนคนที่ใช้เวลานานขนาดนั้นไม่รู้จริงๆ ได้อย่างไร แต่ถ้าไม่รู้จริงๆ ก็เป็นความผิดพลาดของระบบบางอย่างที่เกิดขึ้น และควรคิดอย่างจริงจังว่าจะป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้อย่างไร เพราะสุดท้ายเชื่อว่าไม่ว่ารัฐบาล หรือฝ่ายค้าน เราไม่อยากสร้างความรู้สึกให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าไม่ใช่ไม่รู้ แต่คือความไม่สนใจ ดังนั้น ขอเสนอทางออกของปัญหาคือ การร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ เราใช้กฎหมายพิเศษมาเป็นเวลานานแล้ว และสุดท้ายไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เชื้อไฟยังคงอยู่

นายรังสิมันต์อภิปรายว่า การช่วยกันผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จะทำให้สภาได้รู้ว่าการใช้กฎหมายพิเศษต้องมีแผนและวิธีการ และจะทำให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชนสามารถนำเสนอความคิดความรู้สึกของประชาชนไปสู่แผนความมั่นคงได้ ดังนั้น ถ้าร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา อยากขอร้องให้นายจาตุรนต์พูดคุยกันภายในพรรคเพื่อไทยว่าช่วยกันผ่านกฎหมายฉบับนี้ แล้วค่อยทยอยยกเลิกกฎหมายพิเศษต่อไป เชื่อว่าสถานการณ์ชายแดนใต้จะดีขึ้น

นายจาตุรนต์ชี้แจงว่า เหตุการณ์วันนั้น ข้อต่อสำคัญคือแม่ทัพภาค 4 ที่มีการรายงานนายกฯ หากไปดูคำชี้แจงแถลงข่าวของแม่ทัพภาค 4 ในช่วงเหตุการณ์ ท่านไม่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะถูกเรียกตัวไปที่ไหนสักที่ ด้วยเหตุจำเป็นจริงๆ ในเมื่อแม่ทัพภาค 4 ไม่รู้ ก็เป็นไปได้ที่นายกฯจะไม่รู้ แต่เมื่อรู้แล้วท่านก็ตกใจมาก และได้ขอโทษในเวลาต่อมา ดังนั้น เหตุการณ์ในชายแดนใต้อาจจะไม่มีประโยชน์มากนักที่จะมาไล่ดูว่ารัฐบาลใดทำอย่างไร ปัญหานี้เป็นปัญหาของรัฐไทยที่ว่ามีความรู้พอหรือไม่ มีความรู้อย่างเหมาะสมหรือไม่ว่าจะดูแลพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศไทยเลย จึงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

นายจาตุรนต์ระบุว่า ส่วนเรื่องกฎหมายที่นายรังสิมันต์จะเสนอและฝากให้ตนช่วยประสานพูดคุยนั้น สมช.เตรียมร่างกฎหมายเฉพาะขึ้นมา หวังว่าจะมาใช้แทนกฎหมายด้านความมั่นคงที่ใช้อยู่ และ กมธ.ก็มีการพิจารณาว่ากฎหมายความมั่นคงฉบับที่ใช้กันอยู่ต้องมีการวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อลด ละ เลิก ใช้ไปในที่สุดเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าบ้านเมืองมีสันติสุข มีสันติภาพ หากสันติสุขใช้กฎอัยการศึกอยู่ จะใช้กฎหมายความมั่นคง และใช้กองทัพอยู่ และเที่ยวไปบอกว่าอย่าใช้คำว่าเจรจา เพราะเดี๋ยวจะเหมือนสงครามระหว่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วใช้กำลังทหารกับกฎอัยการศึกอยู่ มันไม่เข้ากันอยู่แล้ว เรามีการเตรียมเสนออยู่ และถ้านายรังสิมันต์จะเสนอก็ยินดีที่จะพิจารณา

ต่อมาเวลา 13.20 น. ภายหลังสมาชิกได้อภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กล่าวว่า จากการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องกรณีตากใบเพื่อให้สภาได้พิจารณาและส่งข้อเสนอต่อรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหนึ่ง จากการที่ได้รับฟังการอภิปรายของสมาชิกมีความเห็นแนวทางเดียวกัน ซึ่งถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ และเห็นว่าสมควรให้ส่งให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษา รวมทั้งให้นำข้อเสนอในสภาส่งให้รัฐบาลด้วย โดยมีระยะเวลาพิจารณา 90 วัน