หน้าแรก การเมือง ครป.ร่อนแถลง ...

ครป.ร่อนแถลง จี้เร่งล่าผู้ต้องหา ‘คดีตากใบ’ ยันอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ‘ไม่มีอายุความ’

25.10.24 | 14:35 น.

ครป. ร่อนแถลงจี้ล่าผู้ต้องหา ‘คดีตากใบ’ ยันอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ‘ไม่มีอายุความ’ หวังเห็นรัฐสมานบาดแผลคนพื้นที่

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลกระตือรือร้นในการนำตัวผู้ต้องหากรณีตากใบมาดำเนินคดี และหยุดใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาชายแดนใต้

นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการ ครป. กล่าวว่า น่าเสียดายที่คดีนี้รัฐไทยปล่อยเลยมาถึง 20 ปีโดยไม่ทำอะไรเลย ทั้งที่ประชาชน องค์กรสิทธิมนุษยชนและองค์กรประชาชนเสนอมาโดยตลอด รวมถึงเคยมีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รัฐบาลก็ไม่เคยดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม แต่กลับสร้างความขัดแย้งและความรุนแรงสม่ำเสมอ ราวกับไม่ต้องการให้จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ ไม่แน่ใจว่าผลประโยชน์ทับซ้อนตกกับกลุ่มใดกันแน่

“จากความขัดแย้งและความรุนแรงกรณีตากใบ ที่รัฐบาลและกองทัพสร้างขึ้น ผมอยากเห็นคำขอโทษจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เพื่อสมานบาดแผลที่ร้าวลึกในใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจากนายกรัฐมนตรี และผู้นำเหล่าทัพ เพื่อเยียวยาคดีที่กำลังจะหมดอายุความ แต่จริงๆ แล้วในทางสากล คดีความผิดอาญาร้ายแรง อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การซ้อมทรมาน การอุ้มหาย ไม่มีอายุความ ผู้ต้องหาเดินทางไปประเทศไหนก็ลำบาก ถ้ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไม่ทำงาน กลไกของสหประชาชาติก็ต้องทำงานอยู่ดี

ผมเห็นว่ารัฐบาลควรที่จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในฐานะที่เพิ่งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ บิดาของคุณแพทองธาร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน น่าจะดำเนินการแทนกันได้อย่างสวยงาม เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แก้ไขกฎหมาย และดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้ โดยเฉพาะเปลี่ยนนโยบายให้การเมืองนำการทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้และยกเลิกกฎอัยการศึกที่ล้าหลังมากๆ” นายเมธากล่าว

Advertisement

โดยแถลงการณ์คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ดังนี้

ขอให้รัฐบาลกระตือรือร้นในการนำตัวผู้ต้องหากรณีตากใบมาดำเนินคดีและหยุดใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาชายแดนใต้

เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 นั้น นำมาซึ่งผู้เสียชีวิต 78 คน มีผู้ถูกยิงที่ศีรษะจำนวน 5 คน ขณะที่ประชาชนที่เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเพราะขาดอากาศหายใจ เนื่องจากวิธีการควบคุมตัวผู้ชุมนุม โดยการมัดมือไพล่หลังและให้นอนซ้อนกันเป็นชั้นๆ บนรถบรรทุก ตลอดจนยังมีผู้ถูกควบคุมตัวบางรายที่พิการจากกรณีดังกล่าวด้วย

จนบัดนี้เป็นเวลา 20 ปีเต็มแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้สูญเสียและครอบครัวยังคงรอคอยความยุติธรรมที่แท้จริง การที่คดีจะหมดอายุความโดยยังไม่มีการนำผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถือเป็นอาชญากรรมโดยรัฐที่รุนแรง ไม่สามารถสร้างกระบวนการยุติธรรมให้น่าเชื่อถือและเกิดความเป็นธรรมได้ และยังขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรงอีกด้วย การปล่อยให้คดีหมดอายุความโดยกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเนื่องจากการเพิกเฉยของรัฐ ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลของความขัดแย้งที่เป็นความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ร้าวลึกลงไปยิ่งขึ้นจนยากแก่การเยียวยาแก้ไข

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการดังต่อไปนี้

1) ขอให้รัฐบาลเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาโดยเร็วที่สุด รัฐบาลจะต้องแสดงความกระตือรือร้นให้เป็นที่ประจักษ์ในการนำตัวผู้ต้องหาทุกคนมาดำเนินคดีให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเรื่องให้เกิดการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากพบว่าหลบหนีคดีไปต่างประเทศ ทั้งนี้ คดีความเกี่ยวกับความผิดอาญาร้ายแรง เช่น อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ไม่มีกำหนดอายุความตามมาตรฐานสากล รวมถึงคดีภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ และการซ้อมทรมานด้วยเช่นกัน

2) ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจะต้องตระหนัก คือ การคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนหลังจากรอมา 20 ปี ไม่ใช่ประเด็นทางกฎหมายหรือโยนความผิดไปให้ผู้ชุมนุม การคืนความจริงให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิต ญาติและครอบครัว และให้กระบวนการยุติธรรมโดยรัฐไทยซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิประชาชนได้ทำงาน ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่ต้องคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ในฐานะที่หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย

3) ขอให้รัฐบาลเร่งการเยียวยาผู้เสียหาย โดยอำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายโดยรวดเร็ว ทั้งนี้ รวมถึงการเยียวยาทางจิตใจแก่เหยื่อและครอบครัว รวมถึงการเยียวยาทางสังคม และการแสดงความขอโทษแก่ผู้เสียหายในนามรัฐบาลและกองทัพด้วย

4) ขอให้รัฐบาลเร่งการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยแก้ไขกฎหมายให้คดีความเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงไม่มีอายุความ เยียวยาทางด้านจิตใจแก่เหยื่อและครอบครับด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงทบทวนการใช้นโยบายการทหารและกำลังทหารในการแก้ปัญหาภาคใต้ เพื่อนำไปสู่การยกเลิกกฎอัยการศึกและภาวะฉุกเฉิน โดยใช้นโยบายการเมืองภายใต้รัฐบาลพลเรือนแทน เพื่อพัฒนาพื้นที่ร่วมกันกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

5) ขอให้รัฐบาลดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ โดยรัฐบาลควรวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต เช่น การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การสร้างกลไกการตรวจสอบ และการส่งเสริมวัฒนธรรมสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการนำข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระต่างๆ ซึ่งเคยดำเนินการและมีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมแล้วขึ้นมาดำเนินการ

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เชื่อมั่นว่าการดำเนินการตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา การอำนวยความยุติธรรม และการสร้างสันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่การแสดงออกซึ่งความล่าช้าและไม่กระตือรือร้นอย่างเพียงพอในการนำตัวผู้ต้องหากรณีตากใบมาดำเนินคดีอาจกลายเป็นการยอมรับว่า รัฐใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาชายแดนใต้

24 ตุลาคม 2567

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)