สถานีคิดเลขที่ 12 : ความสำเร็จทางการเมือง
ความสำเร็จของรัฐบาลชุดใดๆ ก็ตาม มักถูกประเมินผ่านพันธกิจสองด้าน
ด้านหนึ่ง คือ การปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ให้อยู่ดีกินดี
อีกด้าน คือ การพยายามสร้าง “โครงการทางการเมือง” บางอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลง “โครงสร้างทางอำนาจ” ของประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ
ถ้ามองว่าความสำเร็จของ “รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร” คือ การสร้างคนชั้นกลางใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมากมาย จนนำไปสู่การเกิดสำนึกใหม่ทางการเมืองของผู้คนมหาศาลในสังคมชนบท
ถ้าเห็นว่า “ความสำเร็จ” ของ “รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา” คือ การสร้างระบบรัฐราชการไทยอันเข้มแข็งมหึมา กระทั่งกลายเป็น “กำแพงปราการ” ป้องกันไม่ให้ “ความเปลี่ยนแปลง” ที่บังเกิดขึ้นแล้วในสังคม และในความคิดจิตใจประชาชน สามารถทะลุทะลวงมาถึงขอบเขตอำนาจรัฐไทยได้ง่ายๆ
เราก็จะยิ่งประจักษ์ชัดถึง “ความท้าทาย” ที่รอคอย “รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร” อยู่
หากพิจารณา “รัฐบาลเพื่อไทยยุคใหม่” อย่างสืบเนื่องจากรัฐนาวาที่นำโดยนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” มาถึงนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร”
ก็จะพบว่า พันธกิจด้านแรกนั้นยังถูกสานก่อโดยต่อเนื่อง พูดอีกแบบคือมีความพยายามจะทำพันธกิจด้านนี้ให้ลุล่วงสำเร็จ
นโยบาย “แจกเงินหมื่น” คือรูปธรรมชัดเจนประการหนึ่ง ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอีกชุดใหญ่ที่กำลังจะตามมา หรือการเข้าไปแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ-อุบัติเหตุใหญ่ต่างๆ อย่างทันท่วงทีและครอบคลุม ก็ยิ่งช่วยยืนยันว่า รัฐบาลมีปณิธานแน่วแน่ในภารกิจดูแลทุกข์สุขของชีวิตประชาชนพลเมือง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหันมองไปยังพันธกิจด้านที่สอง กลับพบว่ารัฐบาลเพื่อไทยยุคนี้ต้องเผชิญหน้า “อุปสรรคขัดขวาง” หรือ “ข้อติดขัด” เยอะแยะเหลือเกิน
เอาแค่ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ก็มี “โครงการทางการเมือง” สำคัญ ที่ถูก “ปล่อยหลุดมือ” ไปถึงสองโครงการ
โครงการแรก คือ เรื่อง “คดีตากใบ” ที่สุดท้าย ต้องถูกปล่อยให้หมดอายุความ และบรรดาผู้ต้องหาระดับอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็ “หนีหายลอยนวลพ้นผิด” ไปทั้งชุด
น่าเสียดาย ที่รัฐไทย ซึ่งมีรัฐบาลชุดนี้เป็นองคาพยพสำคัญ ไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมในประเด็นดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และไปไกลที่สุด
โครงการถัดมา คือ เรื่อง “นิรโทษกรรม” ซึ่งการที่สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งโหวตคว่ำ “ข้อสังเกต” ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม (กมธ.นิรโทษกรรม)
ก็ยิ่งทำให้นโยบายนิรโทษกรรมบรรดา “นักโทษทางความคิด-ทางการเมือง” เพื่อรีเซต “สังคมการเมืองไทยที่ปกติสุข” สำหรับทุกคน-ทุกฝ่ายกลับคืนมาใหม่ กลายเป็นเรื่องที่ “ยากจะเป็นไปได้”
ไปๆ มาๆ “โครงการทางการเมือง” ขนาดใหญ่โครงการเดียวที่ยังเหลืออยู่ในอายุของรัฐบาลชุดนี้ น่าจะเป็นเรื่องการ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ-ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีแนวโน้ม “ล่าช้า” ออกไปมาก
แต่หลายคนยังคงมีความหวังว่า “กระบวนการล้างผลไม้พิษจากรัฐธรรมนูญ 2560” น่าจะได้รับการ “ตั้งไข่” ให้สำเร็จใน “รัฐบาลเพื่อไทย-แพทองธาร”
ปราปต์ บุนปาน

