อดีต สส.อุดรฯ 6 สมัยวัย 82 เปิดตัว ‘พรรคเพื่อบ้านเมือง’ หวังช่วยคนอีสานลืมตาอ้าปาก ลั่นจะปัดฝุ่นโขงชีมูล
เวลา 08.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่หอประชุมโรงเรียนโนนสะอาดชุมแสงวิทยา บ.บ้านชัย ต.บ้านชัย อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้มีการประชุมใหญ่จัดตั้ง “พรรคเพื่อบ้านเมือง” ครั้งที่ 1/2567 โดยมี ดร.ประสพ บุษราคัม อายุ 82 ปี อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.อุดรธานี 6 สมัย ในฐานะประธานกรรมการพรรคเพื่อบ้านเมือง นำคณะกรรมการพรรค และสมาชิกพรรคที่เป็นประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมการประชุมฯ ประมาณ 300 คน
ในวาระการประชุมฯ ได้พิจารณา 6 เรื่อง ได้แก่ 1.เห็นชอบชอบชื่อพรรค 2.เห็นชอบเครื่องหมายพรรค 3.เห็นชอบประกาศปณิธาน อุดมการณ์ และนโยบายพรรค 4.นโยบายด้านความมั่นคง 5.คัดเลือกบุคคลเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดแรก จำนวน 15 คน และ 6.คัดเลือกคณะกรรมการบริหารสาขาพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 7 คน จากนั้นมีการแนะนำคณะกรรมการบริหาร พร้อมทั้งเปิดวีดิทัศน์นโยบายสำคัญของพรรค อาทิ มุ่งมั่นดำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ประชาชน และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มุ่งมั่นส่งเสริมสนับสนุนการการพัฒนาและแก้ไขปัญหา ของประชาชนและประเทศคู่กันไปในทุกมิติทุกด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง เพื่อความอยู่ดีกินดีและมีความสุขของทุกคน
ต่อมาได้ทำการลงคะแนนทำการเลือกคณะกรรมบริหารพรรคฯ ผลปรากฏว่า ดร.ประสพ บุษราคัม เป็นหัวหน้าพรรค, นายพนพภณษฎ์ ทองคำ เป็นรองพรรคคนที่ 1 นายสำเร็จพูลณ์ทวีฐ์ รุ่งเรือง เป็นรองหัวพรรคคนที่ 2 และนายราเชนทร์ ศิวะเสาณ์แก้ว เป็นเลขาธิการพรรค หลังจากนั้นนายราเชนทร์ ศิวะเสาณ์แก้ว เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการชุมใหญ่ในการจัดตั้งพรรคพร้อมเลือกคณะกรรมบริหารพรรคและคณะกรรมสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกพรรค เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ได้แถลงนโยบายให้สมาชิกให้รับทราบ จากนั้นก็จะระดมความคิด เพื่อทำการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของพรรค ให้กับประชาชนต่อไป

ดร.ประสพ บุษราคัม เป็นหัวหน้าพรรค กล่าวว่า สาเหตุที่เข้ามาเล่นการเมืองอีกครั้ง ในวัย 82 ปี เพราะไม่เห็นพรรคการเมืองไหน ให้ความสนใจปัญหาของพี่น้องประชาชนคนอีสาน เนื่องจากคนอีสานเป็น 1 ใน 3 ประชากรของประเทศ ทำไมคนอีสานถึงยากจนมากที่สุดในประเทศ วันนี้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา เพื่อทำโครงการใหญ่ที่สุด คือโครงการโขงชีมูล ผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล หรือโครงการผันน้ำ ของท่านประจวบ ไชยสาส์น ที่เคยทำโครงการนี้ขึ้นมาแต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ของเราได้เขียนกฎหมายเตรียมเอาไว้แล้ว สามารถเข้าสู่สภาได้ทันที
“ส่วนเรื่องพักหนี้เกษตรกร ที่ผ่านมาพักมา 13 ครั้งแล้ว ประกันราคาข้าวก็ทำ รับจำนำข้าวก็ทำ ชาวนาก็ยังยากจนอยู่ พรรคของเรากล้าประกาศ จะปลดหนี้เกษตรกร โดยใช้วิธีทางกฎหมาย ได้ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริม ชาวนาชาวสวน เกษตรกรต้องขายสินค้าต้องได้กำไร 30 เปอร์เซ็นต์ หากใครร่ำรวยทางเกษตร ต้องเอาเงินเข้ากองทุน คล้ายกับ พ.ร.บ.อ้อย น้ำตาลทราย หมายถึงเป็นการแบ่งบันผลกำไรให้เกษตรกร ส่วนการแก้ไขหนี้นอกระบบ เราศึกษามาแล้ว จะต้องสร้างธนาคารเพื่อสังคมขึ้นมา เพราะประชาชนที่ไม่สามารถเข้าแหล่งเงินกู้ได้ จะสามารถกู้ธนาคารนี้ แม้แต่ขอทานก็สามารถกู้ได้ หลักทรัพย์ไม่ต้องพูดถึง ดอกเบี้ยถูกที่สุด หากมีธนาคารเพื่อสังคม หนี้นอกระบบจะไม่มี พรรคของเราไม่คิดเอง เพราะมีบางประเทศจัดตั้งขึ้นมาแล้ว เขาตั้งชื่อว่าเป็นธนาคารคนจน”
ดร.ประสพกล่าวอีกว่า อยากฝากถึงรัฐบาล การบริหารประเทศชาติด้วยประชานิยม ไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะทั่วโลก รัฐบาลจะเอากฎหมายไปให้สภาเขาร่างให้ หลังจากร่างเสร็จแล้วก็นำมาปฏิบัติ หากมีปัญหาก็ให้ศาลตัดสิน หากมีประชานิยม โอกาส ในการทุจริต มันเกิดขึ้นมาได้ เพราะจะนำความคิดเห็นของประชาชนเข้าสู่สภา ต้องออกกฎหมายไปถามสภา ให้สภาไปถามชาวบ้าน หากไม่มีกฎหมายรองรับบ้านเมืองก็ไปไม่ได้ ส่วนยาเสพติดควรจะต้องแก้ไข เพราะผู้ต้องหาที่อยู่ในคุก 2.8 แสนคน 80 เปอร์เซ็นต์เป็นคดียาเสพติด อีก 5 หมื่นคน ศาลยังไม่ตัดสิน ไม่ควรเอาไปอยู่ในคุก ควรเอาไปไว้ในค่ายกักกัน ฝึกอาชีพให้ ออกมาจะได้มีอาชีพติดตัว แล้วต่อยอดจัดตั้งมหาลัยชีวิต หากเด็กติดยา เอาเข้าไปเรียนจะมีวิชาชีพติดตัว จะได้มีอนาคต
“ทำไมเราถึงเลือกพื้นที่ อ.บ้านดุง ในการเปิดตัวจัดตั้งพรรค เพราะพรรคของเราต้องสะอาด และทำไมต้องมาที่ตำบลบ้านชัย เพราะเราต้องการมาหาชัยชนะ ส่วนอำเภอบ้านดุง ก็เป็นอำเภอดัง มีคำชะโนด ที่โด่งดังไปทั่วโลก พรรคเราจึงมาปักธงที่นี่ ต้องอาศัยบารมีของเจ้าพ่อศรีสุทโธ ซึ่งจะทำให้พรรคของเราดังไปทั้งประเทศและทั่วโลก อีกทั้งเมืองอุดรธานี เป็นเมืองนักปราชญ์อีกด้วย”

