“พปชร.” เมินถูกเหน็บคลั่งชาติ ลั่นขอปกป้องเกาะกูด ซัด เอ็มโอยูเสี่ยงทําเสียดินแดน ซ้ำรอยเขาพระวิหาร เผย พรุ่งนี้แถลงที่สภา พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “นายกฯ”
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพปชร. แถลงว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร. ย้ำในที่ประชุมชัดเจนให้พรรค พปชร. ส.ส.ของพรรค และบุคลากรของพรรค ขับเคลื่อนเพื่อที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะคุ้มครอง ดูแล ทรัพยากรที่เป็นของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยบอกให้เป็นงานหลักของพรรค พร้อมทั้งระบุว่า พรรค พปชร.ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในเรื่องนี้ให้ได้ โดยในวันที่ 30 ตุลาคม ที่อาคารรัฐสภา ทีมงานของพรรค นำโดยตน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรค พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรค พปชร. จะแถลงข่าวเรื่องนี้ และจะทำการยื่นจดหมายเปิดผนึกแก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า เอ็มโอยูที่รัฐบาลจัดทำขึ้นร่วมกับประเทศอื่นนั้นมีเส้นเขตแดนที่ขัดและแย้งกับพระบรมราชโองการกำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย โดยพระบรมราชโองการนี้ได้ใช้อนุสัญญาว่าด้วยไหล่ทวีป ซึ่งจัดทำ ณ กรุงเจนีวา วันที่ 29 เมษายน 1958 โดยเกาะกูดเป็นของไทย แต่ในเอ็มโอยูดังกล่าว มีเส้นของเพื่อนบ้านทับเกาะกูด เมื่อขัดกันแล้วสุ่มเสี่ยงที่ต่างประเทศจะนำไปอ้างเหมือนกับที่เราสูญเสียเขาพระวิหาร ซึ่งเรื่องนี้ไม่สมควรทำ ควรจะยกเลิก จึงจะไปยื่นนายกฯ อย่างไรก็ตาม เราจะยึดถือตามพระบรมราชโองการเมื่อปี 2516 ไม่ว่าจะถูกเหน็บแนมว่าคลั่งชาติอย่างไรก็ตาม แต่เราจะยึดตามอย่างถึงที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ในแผนที่ตามพระบรมราชโองการจะเห็นชัดเจนว่าเกาะกูดอยู่ในประเทศไทย การทำอนุสัญญาหรือเอ็มโอยูที่ใช้เวลาแค่ 44 วันเท่านั้น เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง หรือไม่ อย่างไร ทาง ม.ล.กรกสิวัฒน์ จะชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ใครได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง ใครไปแต่งงานกับใครเมื่อไหร่อย่างไร

