“ไชยชนก“ ยัน ไม่ค้านนิรโทษกรรม ย้ำ ต้องไม่แตะ 112 ส่วนประชามติแก้รธน. เห็นด้วยเสียงสองชั้น แจง ไม่ขวางงานเพื่อไทยแค่เห็นต่างเรื่องประสิทธิภาพแก่ประชาชน
เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่พรรคภูมิใจไทย คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรค กล่าวถึงผลงาน 4 เดือนที่ผ่านมาว่าทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคภูมิใจไทย มักมีความเห็นที่ไม่ตรงกับนโยบายพรรคเพื่อไทยหลายเรื่อง นายไชยชนก กล่าวว่า ข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคไม่เคยมีเจตนาหรือเหตุผลที่จะทำแบบนั้น จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยคือต้องทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ทุกเรื่องทุกพ.ร.บ.อาจมีความเห็นที่ต่างกันเล็กน้อย แต่ไม่มีเจตนาที่จะขัดขวาง ซึ่งเชื่อว่า ทุกพรรคในพรรคร่วมรัฐบาลมีเจตนาเดียวกันว่า ให้เราปฏิบัติหน้าที่ และมีผลงานเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาเรื่องต่างๆเพื่อพี่น้องประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพ
เมื่อถามถึงร่างนิรโทษกรรม 4 ฉบับ ที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาในสมัยประชุมหน้า มีความเห็นอย่างไร และพรรคภูมิใจไทย จะเสนอร่างของพรรคหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะพรรคยึดหลักที่ชัดเจนมาแต่ไหนแต่ไร เกี่ยวกับเรื่องนิรโทษกรรม ว่าเราไม่ได้มีปัญหากับเรื่องมาตรา 112 เราจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอร่างของเราเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่เห็นรายละเอียดทั้ง 4 ร่าง แต่จุดยืนของพรรคยังเหมือนเดิมคือไม่นิรโทษกรรม 112 และขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้คัดค้านการนิรโทษกรรม เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับการนิทรรศกรรมคดี 112
เมื่อถามถึง กระแสข่าวพรรคฝ่ายค้านเตรียมขอเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายไชยชนก กล่าวว่า เราเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แต่จะต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 รวมถึงเรื่องที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เช่น การแก้หมวดจริยธรรม ขณะเดียวกันจะต้องรอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ควรต้องยึดหลักผู้มาใช้สิทธิ์เกินกึ่ง และผู้โหวตเห็นชอบต้องเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงหรือเสียงข้างมาก 2 ชั้น (Double Majority)

