‘ดนุพร’ ซัดกลับโฆษก พปชร.โบ้ยประเด็นดิไอคอน โยน พท.หวังแก้เก้อ ชี้เรื่องเกิดตั้งแต่ พปชร.เป็นแกนนำ รบ.ลั่นผู้เสียหายได้เงินคืนยุค พท.เป็นฝ่ายค้าน แนะทบทวนตัวเองก่อนพาดพิงคนอื่น
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวหาและมีความพยายามเชื่อมโยงว่าประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภา ของพรรคเพื่อไทย เพิกเฉยต่อกรณีของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ในปีที่ผ่านมาว่า กรณีที่โฆษก พปชร.อ้างถึงเกิดขึ้นในปี 2566 ก่อนพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำรัฐบาล จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการเกษียณจาก จ.ชลบุรี ร้องเรียนหน่วยงานหลายแห่ง แต่ไม่มีหน่วยงานใดรับ เมื่อเรื่องมาถึงสภา กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคได้ส่งเรื่องให้คณะอนุ กมธ.ศึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและสภาพปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภค ใน กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินการต่อ เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมาก
นายดนุพรกล่าวว่า อนุ กมธ.ศึกษากลั่นกรองได้เรียกผู้แทนจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และดิไอคอนเข้ามาสืบค้นความจริง ชี้แจง และไกล่เกลี่ยให้ได้ข้อยุติ มีการประชุมอนุกลั่นกรองเกือบทุกสัปดาห์ จนในท้ายที่สุดดิไอคอนได้จ่ายเงินคืนให้ผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายไม่ประสงค์ดำเนินคดี มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ไว้เป็นหลักฐาน และในการประชุมของอนุ กมธ.กลั่นกรองก็มีบันทึกข้อยุตินี้ สามารถสืบค้นได้
“ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยในฐานะกรรมาธิการและอนุกลั่นกรองในขณะนั้นได้ใช้อำนาจที่มีของ กมธ.สอบตรวจสอบข้อเท็จจริง ไกล่เกี่ย และส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ผู้ตัดสินผิดถูก ทั้งยังสามารถทวงคืนความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว” นายดนุพรระบุ
นายดนุพรกล่าวต่อว่า ในกรณีคดีของดิไอคอน ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและทำงานอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลได้เดินหน้าในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ทุกฝ่าย นับตั้งแต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ สั่งการทุกภาคส่วน เร่งแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยได้สั่งการไปยังหน่วยงานในกำกับคือ สคบ. ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างรัดกุม เช่น พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงการคลัง โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งพิจารณารายละเอียดการยกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 เพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์มากขึ้น
นายดนุพรกล่าวว่า ในระยะเวลา 1 ปีกว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย เมื่อมีประเด็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ทุกฝ่ายเดินหน้าเต็มที่ ในขณะที่ใน 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องร้องเรียนในกรณีดังกล่าวจำนวนมาก แต่มีความคืบหน้าหรือไม่ ทั้งที่บริษัทดังกล่าวดำเนินกิจการตั้งช่วงโควิด-19 ระบาดในปี 2562 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงที่พรรค พปชร.เป็นแกนนำรัฐบาล ดังนั้น โฆษก พปชร.ควรทบทวนตัวเองก่อนที่จะพาดพิงผู้อื่น
“การกล่าวหาของโฆษก พปชร.เป็นแค่การแก้เก้อ พยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของสังคมจากการที่คนในพรรค พปชร.มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ คดีเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดำเนินมากี่ปี จนปัญหาปะทุขึ้นในตอนนี้ ตอนที่เราเป็นฝ่ายค้านเราทำเต็มที่ใช้ทุกช่องทางที่มีช่วยประชาชน เมื่อเป็นรัฐบาลผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเองก็ทำเต็มที่เหมือนกัน” นายดนุพรกล่าว

