อี้ แทนคุณ นำ ผู้เสียหายลงทุนคอนโด5โครงการ เอี่ยวทุจริต จำนำข้าว ร้อง วันนอร์ ช่วยเร่งรัดคืนเงินเกือบ 400 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดให้มีความคืบหน้าคดีที่มีผู้เสียหายจากคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการจํานําข้าว รวมทั้งหามาตรการช่วยเหลือนําทรัพย์ที่ยึดได้เฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย กรณีคอนโดแดนลีฟวิ่ง โดยมีนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาฯ เป็นตัวแทนรับหนังสือ
นายแทนคุณ กล่าวว่า มีโครงการทั้งหมด 5 โครงการ ผู้เช่า 1,000 กว่าราย มูลค่าประมาณเกือบ 400 ล้านบาท ยืดเยื้อมากกว่า 10 ปีแล้ว จึงขอความเป็นธรรมเร่งรัดเรื่องนี้ เนื่องจากมีผู้ร่วมลงทุนในคอนโด แต่ปรากฏว่าวันดีคืนดีกลับถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดไปหมด โดยอ้างว่าเกี่ยวโยงกับโครงการทุจริตจำนำข้าว ยืนยันว่า ผู้เสียหายทั้งหลาย ไม่มีใครไปเอาเงินทุจริตไปใช้จ่าย แต่เป็นเงินโดยสุจริต และจะทำหนังสือถึงรัฐบาลด้วย เพื่อขอให้ใช้อำนาจผ่านกลไกการบริหาร ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติกำหนดแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายโดยเร่งด่วน

“10 ปีแล้ว หลายคนทุกข์ทรมานใจเดือดร้อนสาหัส มีความเครียดหนัก บางคนถึงขนาดมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ต้องเข้าโรงพยาบาล ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และหนี้สิน ที่เกิดจากการลงทุนด้วยเงินบริสุทธิ์ และจิตบริสุทธิ์ รวมเป็นเงิน 366,939,851 บาท บัดนี้ เงินอยู่ที่ ป.ป.ง.เป็นเรื่องที่เราควรจะช่วยกันแก้ปัญหา เพราะการทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่ง ไม่อาจปล่อยปละละเว้นได้ แต่การให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของรัฐ ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการทุจริตโดยโครงสร้างของรัฐหรือไม่ ขอให้ช่วยเมตตาหาช่องทางในการคืนเงินให้กับผู้ที่เสียหาย”นายแทนคุณ กล่าว
ด้านตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า 1,000 กว่าชีวิต ที่เราร่วมชะตากรรม และต่อสู้ร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อที่จะให้ได้เงินของเราที่จ่ายไป หวังว่าจะได้คืนมาโดยเร็ว เราติดตามเรื่องนี้มาตลอด พยายามยื่นทุกวิถีทางเท่าที่ทางกฎหมาย หรือภาครัฐเอื้ออำนวยให้ เพราะฉะนั้น จึงขอความเมตตาโปรดคืนเงินอันบริสุทธิ์ให้กับพวกเราผู้เดือดร้อน เพราะเราเป็นประชาชนหาชาวกินค่ำ ตนเอาเงินเกษียณก้อนสุดท้ายมาเพื่อหวังว่าจะมีที่อยู่หลังเกษียณ แต่สุดท้ายทุกอย่างมันก็ล้มไม่เป็นท่า ด้วยความประมาทของเราเองก็ว่าได้ เพราะเราไม่ทราบเหมือนกันว่า เจ้าของโครงการคือใคร มีส่วนร่วมในการทุจริตอะไรมาหรือไม่ โปรดเห็นใจพวกเราด้วย
ขณะที่นายคัมภีร์ กล่าวว่า สิ่งที่ประสบกับพี่น้องชาวไทยของเรา อันเนื่องมาจากส่วนราชการ ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่รู้ว่าการพิจารณาของ ปปง.เป็นอย่างไร แต่การที่นายทุนนำเงินจากโครงการทุจริตจำนำข้าวมาสร้างคอนโด ซึ่งประชาชนไม่ทราบว่าต้นสายปลายเหตุของเงินนั้นมาจากที่ไหน จึงเข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อเป็นที่อยู่ในปั้นปลายชีวิต ดังนั้นถือว่าจะต้องเยียวยา ซึ่งตนนำไปเรียนให้ประธานสภาฯ รับทราบ และหาทางแก้ไข เพื่อส่งไปยังคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาโดยด่วน

