‘บิ๊กป้อม’ ลั่น จนท.ต้องเข้าธรรมกายให้ได้ ‘สุวพันธุ์’ เผยพระบางรูปยอมเข้ามอบตัวแล้ว(คลิป)

7.03.17 | 16:27 น.

“บิ๊กป้อม” ลั่น จนท.ต้องเข้าวัดธรรมกายให้ได้ ย้อนสื่อ จะให้ไปตีพระหรือไง มองสร้างคลองรอบอาคารบุญรักษาไร้ปัญหา เพราะไม่ถึงกับสร้างป้อมหรือใช้ยุทธวิธีเชิงทหาร

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นห่วงระหว่างการเผชิญหน้าของเจ้าหน้าที่รัฐและศิษยานุศิษย์วัดธรรมกายว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องหาทางเข้าไปดูในสิ่งที่วัดธรรมกายไม่ต้องการให้ดู ให้ได้ ส่วนพระธัมมชโยจะมอบตัวหรือไม่ ตนไม่ทราบแต่ต้องเข้าไปและตกลงกันให้ได้ ไม่อยากให้สื่อห่วงใยมาก แต่เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ แต่ขอให้เวลาสักระยะ ส่วนที่มองว่าการดำเนินการจับกุมยืดเยื้อแล้วสื่อจะให้ทำอย่างไร จะให้เข้าไปตีพระหรือไม่

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ถ้านำกำลังออกมาแล้ว ใช้ตัวแทนเข้าเจรจาในการพูดคุย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราทำอยู่แล้ว สื่อไม่ต้องสอน และเตรียมการพูดคุยอยู่แล้ว ขอให้ใจเย็นๆ เพราะเจ้าหน้าที่มีขั้นตอนดำเนินการอยู่ ส่วนที่มีการขุดคลอง และสร้างแบริเออร์ บริเวณอาคารบุญรักษานั้น ตนทราบแล้ว ไม่เป็นอะไรเพราะทางวัดไม่ได้ถึงกับสร้างป้อมหรือสร้างค่ายอะไรในเชิงยุทธวิธีทหาร มองว่าเป็นการไม่ต้องการให้รถผ่านเท่านั้น


“สุวพันธุ์ ระบุดีเอสไอรายงานมีพระวัดธรรมกายบางรูปเข้ามอบตัวแล้ว เผย พศ.ส่งหนังสือเรื่องแจ้งพฤติกรรมไม่เหมาะสมของธัมมชโยให้ เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณา

Advertisement

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการจับกุมพระธัมมชโยสึกหลังขั้นตอนถอดสมณศักดิ์ว่า ถือเป็นคนละเรื่องกัน ส่วนขั้นตอนการถอดสมณศักดิ์ต้องไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเพราะนายวิษณุเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนที่กระทรวงยุติธรรรมรับผิดชอบอยู่นั้นตนได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่ามีพระสงฆ์ที่ได้รับหมายเรียกบางรูปเข้ารายงานตัว และทางดีเอสไอได้ปล่อยตัวไปแล้ว โดยไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่ม แต่ขณะนี้ยังมารายงานตัวไม่ครบ ส่วนการดำเนินคดีกับพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ที่ขัดขวางการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเราก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

“ขณะนี้ศิษยานุศิษย์ยังคงขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่ ทำให้เราไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นวัดเพิ่มเติมได้ ยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่าเต็มที่ ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังคงประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามคำคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 5 ต่อไป” นายสุวพันธุ์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีข้อยุติเร็วๆ นี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าต้องรอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ ส่วนการดำเนินการทางธรรมวินัยล่าสุดผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งตนยังไม่ทราบรายละเอียดคงจะต้องคุยกับ ผอ.พศ.ก่อน แต่สาระสำคัญคือการแจ้งถึงพฤติกรรมของพระธัมมชโย ที่อาจขัดต่อพระธรรมวินัย และขอให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณา พร้อมกับดำเนินการเรืองนี้ ส่วนการปกครองได้เสนอไปแล้วว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถพูดคุยกับผู้มีอำนาจในวัดหรือรักษาการณ์เจ้าอาวาสไม่ได้ เพราะไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดจึงขอให้เข้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณา เรื่องการปกครองให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และสามารถยุติการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

“ทางมหาเถรสมาคม (มส.) และรัฐบาลจะมีการประชุมในวันที่ 10 มีนาคม โดยรัฐบาลจะนำประเด็นต่างๆ เข้าหารือ ส่วนประเด็นการพูดคุยนั้นต้องถามนายวิษณุ และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเอง” นายสุวพันธุ์กล่าว

เมื่อถามว่าพระสงฆ์ที่ถูกหมายเรียก ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ขอให้ไปถามกับอธิบดีดีเอสไอ

เมื่อถามว่าได้รับรายงานว่าพบถังน้ำมันจำนวนมากที่วัดธรรมกายหรือไม่ นายสุวพันธ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยช่วยดูอยู่แล้ว