หน้าแรก การเมือง ส.ส.ชาติพันธ์...

ส.ส.ชาติพันธ์ุ ปชน. ชมรบ.ทำงานก้าวหน้า ให้สัญชาติผู้อพยพ ด้านอดีตส.ว. อัดหวังคะแนนเสียง

31.10.24 | 15:11 น.

ส.ส.ชาติพันธ์ุ ปชน. ชมรบ.ทำงานก้าวหน้า ให้สัญชาติผู้อพยพ ด้าน อดีตส.ว. ถาม แล้วคนไทยได้อะไร ?

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติในหลักการหลักเกณฑ์ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ และสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร จำนวน 483,626 คนนั้น

ล่าสุด (31 ต.ค.) นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอชื่นชมและขอบคุณ ครม. หน่วยงาน องค์กร ทุกท่าน แทนพี่น้องประชาชนที่รอคอยเรื่องนี้มายาวนาน ผมขับเคลื่อนเรื่องนี้มาตั้งแต่รัฐสภาสมัยที่แล้ว จนถึงปัจจุบันรัฐสภาคือชุดที่ 25 และ 26 ขับเคลื่อนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ สู่พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ทั้งการอภิปรายในวาระต่างๆ และในบทบาทประธานอนุกรรมาธิการ ที่ได้เสนอรายงานไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตามข้อมูลเดิมของกรมการปกครอง บุคคลที่มีสิทธิที่จะได้รับสัญชาติ ตามข้อกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการ ขั้นตอนวิธีการในการให้สัญชาติตามสิทธิ และเงื่อนไขต่างๆ จำนวน 900,000 คน

มติ ครม.ครั้งนี้ถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่ต้องขอชื่นชม ได้นำเอาข้อเสนอต่างๆ จากทั้งในสภา และนอกสภา มาขยับต่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยการลดขั้นตอน กระบวนการอนุมัติจาก 270 วันเป็น 5 วัน (สำหรับบุคคลที่มีหลักฐานพร้อมตามเงื่อนไขการให้สัญชาติ)

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการขอสัญชาติอีกจำนวนมาก ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิ แต่การเตรียมความพร้อมในการคัดกรอง การพิสูจน์เอกสารหลักฐาน รวมถึงการตรวจ DNA ขั้นตอนเหล่านี้จำเป็นและสำคัญมาก เพราะเป็นกระบวนการคัดกรองจากต้นทาง ที่ต้องแยกแยะเป็นรายบุคคล จะเหมาเข่งไม่ได้ ครม.ต้องตั้งงบประมาณให้แต่ละอำเภอที่มีปัญหาหนาแน่นในเรื่องนี้ ดึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อความโปร่งใสชอบธรรม

ใช้งบประมาณปีละไม่เกิน 200 ล้าน ทำต่อเนื่อง 5 ปีแก้ปัญหาเก่าได้หมด ส่วนเรื่องใหม่ๆ คนใหม่ก็เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการตามระเบียนกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ให้ถือเป็นภาวะปกติทั่วไป

ด้าน ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม นักวิชาการอิสระและที่ปรึกษา ด้านการเมืองการปกครอง และกฎหมายมหาชน สถาบันสุจริตไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“อดีต ส.ว.ขออภิปรายนอกสภา”
กรณีมติ ครม.29 ต.ค.67

“ไฟเขียวให้สัญชาติไทย 483,000 คน ส่งต่อมหาดไทย ประกาศบังคับใช้ ไม่เกิน 60 วัน เชื่อทุกส่วนได้ประโยชน์”

ผมไม่แน่ใจว่าคนไทยและประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรเพิ่มเติมจากปัจจุบันบ้าง?

แต่คนต่างด้าวเกือบ 5 แสนคนกับครอบครัวที่มาก่อน รวมลูกหลานที่จะเกิดและตามมาอีกคงเป็นล้านหรือหลายล้านคนที่จะได้สิทธิประโยชน์ของคนไทยทุกประการเพิ่มจากที่ไม่เคยมี คงชื่นชอบและจงรักภักดีต่อพรรครัฐบาลที่ผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ เกิดประโยชน์กับพรรครัฐบาลแน่นอน

1.สิทธิทางการเมือง

-เลือกตั้งและลงคะแนนเสียงในระดับชาติและท้องถิ่นได้
-เข้ารับเลือกเป็นผู้แทนหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
-เป็นสมาชิกและจัดตั้งพรรคการเมืองได้
-เข้าชื่อเสนอหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้
-ร่วมออกเสียงประชามติได้
-ใช้สิทธิและเสรีภาพในทางสาธารณะและยื่นคำร้องต่อศาลและองค์กรอิสระเพื่อปกป้องสิทธิหรือตรวจสอบผู้ใช้อำนาจในสถาบันหลักและองค์กรของรัฐตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้

2.สิทธิทางการศึกษา
-ได้รับการศึกษาภาคบังคับฟรี และมีโอกาสเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาของรัฐ

3.สิทธิด้านสาธารณสุข
-รับการรักษาพยาบาลฟรีหรือในราคาที่ถูกลงผ่านระบบบัตรทองและประกันสังคม

4.สิทธิในที่อยู่อาศัยและที่ดิน
-สามารถครอบครองที่ดินและทรัพย์สินตามกฎหมาย รวมถึงมีสิทธิสมัครโครงการบ้านราคาถูก

5.สิทธิตามกฎหมายแรงงาน

-ได้รับความคุ้มครองค่าแรงขั้นต่ำ วันหยุด การประกันสังคม การจัดตั้งและเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน

ขอถามว่า “รัฐบาลมีเหตุผลความจำเป็น ความได้สัดส่วน และความคุ้มค่าของนโยบายเรื่องนี้ อย่างรอบคอบในแต่ละด้านโดยได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ทางการเมืองของพรรคแล้วจริงหรือ? และเหตุใดไม่ให้สัญชาติไทยภายใต้เงื่อนไขและกระบวนการตามกฎหมายว่าด้วยการแปลงสัญชาติไทยที่มีอยู่โดยไม่ต้องมีมติ ครม.ครั้งนี้?