“พปชร.” แนะ รัฐบาล แก้ 2 โจทย์ใหญ่ฟื้นเศรษฐกิจ ดึงค่าครองชีพ ปชช., แก้หนี้ครัวเรือน-กระตุ้นขีดความสามารถแข่งขัน ย้ำ รัฐบาลเข็นนโยบาย คู่วินัยการเงิน เรียกความเชื่อมั่น ตปท.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน ประธานกรรมการนโยบาย และรองหัวหน้าพรรค พปชร. และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หัวหน้าศูนย์นโยบายและวิชาการพรรค พปชร.และรองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงข่าว “พปชร.เตือนรัฐบาล เศรษฐกิจไทยก้าวสู่จุดพลิกผันจะฟื้นจริงหรือฟุบ”
นายอุตตมกล่าวว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 3 เริ่มมีสัญญาณในต่างประเทศว่าเศรษฐกิจโลกอาจเริ่มฟื้น แม้จะมีเรื่องสงครามเกิดขึ้น แต่ถ้าดูแล้วจากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่าปี 2567 เศรษฐกิจโลกจะโตขึ้น ซึ่งในอาเซียน จะโตร้อยละ 5 ขณะที่ธนาคารโลกระบุว่า ไทยจะโตกว่าเมียนมา แต่กลับพบว่าการบริโภคในประเทศยังไม่กระเตื้องและความเชื่อมั่นยังไม่มาเต็มที่ สะท้อนให้เห็นจากโพลที่ออกมา ดังนั้นประเทศจะฟื้นหรือฟุบ ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดีจริงหรือถดถอยไทยจะกระทบ แต่ถ้าสมมุติเศรษฐกิจโลกไปด้วยดี ในขณะที่ไทยยังไปช้า เราจะเสียโอกาสตรงนี้
นายอุตตมกล่าวว่า พรรค พปชร.เห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาสะสมให้กับประชาชนที่เผชิญอยู่ ต้องสร้างความแข็งแกร่ง โดยเร่งทำ 2 เรื่อง คือ 1.เฉพาะหน้าต้องฟื้นเศรษฐกิจ สำคัญที่สุดคือค่าครองชีพประชาชนและผู้ประกอบการ แม้รัฐบาลพยายามกระตุ้นแจกเงิน ลดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีภาระหนี้ครัวเรือน 90% ของเศรษฐกิจไทย เป็นอันดับ 7 ของโลก ดังนั้นรัฐบาลต้องลดภาระหนี้ให้ชัดเจน เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ คุยกับแบงก์พาณิชย์ให้ทำได้จริง และเพิ่มทุนเติมทักษะผู้กู้
และ 2.ยกระดับขีดความสามารถของประเทศที่โตเต็มที่ และในอาเซียน ถ้าเรายังไม่รีบเราจะถูกฟิลิปปินส์แซงหน้าไทยได้ในปี 2571 และล้าหลังคนอื่น และเวลานี้สถาบันจัดอันดับจับตามองในเรื่องนี้ จึงต้องแก้โดยสร้างความเข้มแข็งในฐานรากคือพัฒนาคนและเอสเอ็มอี

“ฝากถึงรัฐบาลให้จัดลำดับนโยบายที่จะตอบโจทย์ และคำนึงวินัยการเงินการคลัง จะมองแต่การเติบโตอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอยู่บนพื้นฐานวินัยการเงินการคลัง และทำงานกับภาครัฐและเอกชนให้ได้ จะเป็นเดิมพันว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นหรือฟุบ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความหวังและความเชื่อมั่นและจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นได้จริง”
ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขอแตะนโยบายเรือธงของรัฐบาล ที่ยังไม่เห็นความชัดเจน คือเรื่องของค่าพลังงาน ราคาน้ำมัน ไฟฟ้า เร่งการประมูลราคาพลังงานทางเลือก ต้องทำแผนให้ชัดเจน และ พปชร.เสนอการประมูลต้องโปร่งใส ไม่ให้เกิดข้อครหา และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตในรอบที่สองจะมาเมื่อไหร่ ถ้ามาช้า พรรค พปชร.ไม่เชื่อว่าจะกระตุ้น และไม่เป็นพายุหมุนเศรษฐกิจ ตามที่โพลระบุว่า เงินหมื่นยังไม่กระตุ้นจากการแจกเงินหมื่นในรอบแรก ที่ใช้ไปกว่าแสนล้านบาท ถามว่าใช้เงินไปที่ไหน


