



ส่งกำลังใจ – เอกพล พงศ์สถาพร เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร และพนักงาน กลุ่มธุรกิจอาหารทิปโก้ และซันโทรี่ มอบผลิตภัณฑ์ ทิปโก้พลัส คอลลาเจน มูลค่า 1 ล้านบาท แก่สำนักงานบรรเทาทุกข์ และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย โดยมี พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อเร็วๆ นี้




…สถานการณ์ ธรรมกาย พัฒนาไปอีกขั้น ในทิศทางที่ต้องจับตากันต่อไป ธัมมชโย ผู้ก่อตั้งวัด พ้นจากความเป็น พระเทพญาณมหามุนี แล้ว คิวต่อไป รัฐบาลแย้มออกมาว่าจะต้องสละ สมณเพศ ด้วย แต่จนบัดนี้ ยังไม่เห็นร่องรอยของอดีตเจ้าสำนักแต่อย่างใด
…ส่วนภายในสำนักจานบิน บรรยากาศตึงเครียด แกนนำ ของสำนัก ยังไม่ยอม ถอย ระดม ขุดคูคลองปล่อยน้ำ จัด เวรยาม ให้ หลวงพี่ รักษาการณ์ตามแนวคูคลอง คอยตรวจตรา ป้องกัน เจ้าหน้าที่ บุกเข้าวัด ถึงตอนนี้ทุกฝ่ายต้องป้องกันไม่ให้เกิด ความรุนแรง เหมือนอย่างที่บางกลุ่มบางสำนัก เชียร์ กันอยู่
…ดีที่สุด คือ ใช้กฎหมาย ให้ฝ่ายถูกกระทำได้ โต้แย้ง หาความถูกต้อง ต้องไม่ลืมว่าสังคมไทย พลาดพลั้ง ทำให้เสียเลือดเสียเนื้อมามากแล้ว พอเป็นเรื่องก็ต้องมาวิ่ง ปิดเรื่อง-ล้มคดี เป็นปัญหามาตรฐานความยุติธรรมต่อไปอีก รอบนี้ผู้เกี่ยวข้องต้องยึดหลักการให้มั่น ถ้าฟัง กองเชียร์ ที่กระเหี้ยนกระหือรือ โหมให้ปราบหนักๆ พลาดอีกจะเหนื่อยกันอีก ยาว
…ยังไม่จบ อลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.ดูจะ ฉุน ที่ ธีรยุทธ บุญมี ใส่สูทออกมาวิจารณ์ แม่น้ำ 5 สาย ว่า ปฏิรูป ไม่คืบหน้า เลยออกมาสวนหลายหมัด ย้ำว่าส่งรายงานปฏิรูปประเทศและข้อเสนอแนะให้รัฐบาลแล้ว 142 เรื่อง อยู่ระหว่างปรับปรุง 4 เรื่อง ถือว่าคืบหน้ามาก
…รองจ้อน ยังออกตัวว่า เปิดรับเสียงวิจารณ์ แต่ขึ้นกับ คุณภาพของการวิพากษ์วิจารณ์ ด้วย อยากให้เน้น หลักคิด มากกว่าการใช้สำนวนโวหาร ซึ่งถือว่าเป็นการใช้วิธี การเมืองแบบเก่า อยากให้ คิดใหม่ และเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์
…ก็แล้วแต่จะมองว่า อะไรคือ ตัวชี้วัด ของการปฏิรูป ถ้าเชื่อว่า ผลการศึกษา หรือ รายงาน จำนวนเป็นร้อยเรื่อง ถือเป็นความ คืบหน้า หรือ ผลสำเร็จ ของการปฏิรูปก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้ามองว่าตัวชี้วัดของการปฏิรูป คือ ความเปลี่ยนแปลง หรืออะไรก็ตาม ที่เป็น ผลทางรูปธรรม ก็คงจะต้องสรุปเหมือนที่ ธีรยุทธ แถลงเอาไว้นั่นเอง
…ส่วนการออกโรงของเจ้าของทฤษฎี มะม่วงหล่น วิเคราะห์วิจารณ์กันหลายทิศทาง จับ น้ำเสียง ที่ปรามไม่ให้ คสช. อยู่ยาวก็น่าคิด น่าจะเป็นแนวทางของกลุ่มอนุรักษนิยมอีกสาย ที่มี อดีตฝ่ายซ้าย – นักกิจกรรม ไปร่วมหัวจมท้าย และหนุน คสช. อยู่ กลัวว่าถ้าเกิด ไอเดียเฟื่อง จะ ลากยาว กันจริงๆ จะพากัน พัง ไปทั้งขบวน
…มาถึงจุดที่ต้องจัดเลือกตั้งปี 2561 ถ้าคิดจะ อยู่ยาว โดย เข้าระบบ ก็มีเรื่องต้องทำกันเยอะ รวมถึง ตั้งพรรค เอาไว้เป็นฐานในสภาผู้แทนฯ จะฝากผีฝากไข้กับ ส.ว.เป็นเรื่องลำบาก แม้ ส.ว.มีสิทธิมีเสียงในการ โหวต นายกฯ แต่ใน งานประจำวัน ถ้าไม่มีเสียง ส.ส.ในสภามาช่วย คงบริหารยาก และจุดที่จะเล่นยากที่สุด ก็ในสภาผู้แทนฯนี่เอง !
กาแฟป่า
