หมายเหตุ – นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อโฆษกพรรคประชาชน แถลงสรุป 1 ปีผลงานกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชน ที่อาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน
“สิ่งที่พยายามมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา คือการวางบทบาทใหม่ของพรรคฝ่ายค้าน ที่พยายามผสมผสานบทบาท ทั้งฝ่ายค้านเชิงรับที่การตรวจสอบรัฐบาล ในการดูว่าจะดำเนินการออกนโยบายอย่างไร คิดว่าอดีตพรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีการอ่อนข้อและมีความเข้มข้นเท่าเดิม เราใช้กลไกหลายอย่างของสภาเพื่อตรวจสอบรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในทุกเรื่องที่ประชาชนสงสัย อีกทั้งใช้กลไกการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี ที่พยายามเข้าไปตรวจสอบว่ามีการใช้ภาษีอย่างคุ้มค่าหรือไม่ อีกทั้งยังมีการเสนอแนะว่าหากจะใช้อย่างคุ้มค่าควรจัดงบประมาณแบบใด
เรายังมีการใช้กลไกของกระทู้สดทุกสัปดาห์เพื่อพยายามซักถามประเด็นข้อสงสัยของประชาชน ณ เวลานั้น และยังพยายามใช้กลไกกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญทั้ง 35 คณะ ไม่ว่าจะมี ส.ส.ของพรรคเป็นประธาน กมธ.หรือไม่
อีกสิ่งหนึ่งที่เราพยายามเติมเข้ามาเพื่อเสริมคือบทบาทฝ่ายค้านเชิงรุก คือบทบาทในการนำทางรัฐบาลหรือเสนอแนะในสิ่งที่เราเห็นว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำ แต่เราเห็นว่าควรจะทำนอกเหนือจากการเสนอแนะด้วยวาจา ได้ยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย เพราะมองว่าเป็นการฉายภาพให้เห็นพิมพ์เขียวของประเทศไทยในฉบับของพรรคประชาชนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ทำให้รัฐบาลเห็นว่าหากจะมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายให้สอดคล้องกับนโยบายที่พรรคประชาชนเสนอนั้น จะต้องแก้ไขมาตราไหนกฎหมายฉบับไหนอย่างไร
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการที่พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านเสนอกฎหมายไปแล้วจะได้อะไร ในเมื่อเสียงในสภาผู้แทนราษฎรไม่เกินกึ่งหนึ่ง แต่เรามี 3 วัตถุประสงค์คือ
1.แก้ไขกฎหมายเพื่อประชาชน (legislative changes) คือการแก้กฎหมายให้สำเร็จจริงๆ ร่างกฎหมายหลายฉบับที่ยื่นไปนั้นสอดคล้องกับ 300 นโยบายที่นำเสนอกับประชาชนในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หากสำเร็จในการผลักดันกฎหมายให้มีการแก้ไขจริงก็เปรียบเสมือนการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน แม้ในวันที่เราอาจจะยังไม่ได้เป็นรัฐบาล
2.การกำหนดวาระของรัฐบาล (Agenda-setting) เพราะไม่ว่าการเสนอกฎหมายของเรา ท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายหรือไม่ แต่การที่ยื่นเข้าไปส่วนหนึ่งเป็นการทำให้รัฐบาลต้องมาคุย หาทางออกร่วมกันในประเด็นที่คิดว่าสำคัญ ถึงแม้ว่ารัฐบาลอาจจะมีข้อเสนอที่ไม่ตรงกับเราทั้งหมด แต่หากการยื่นกฎหมายทำให้รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายเข้ามาประกบ และสามารถแก้ไขปัญหาได้บางส่วน ก็เห็นว่าเป็นความสำเร็จที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน
และ 3.การทำงานเชิงความคิด (Winning hearts & minds) แม้ร่างกฎหมายที่เสนอเข้าไปอาจไม่ผ่านการเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในสภาชุดนี้ แต่การใช้พื้นที่สภาในการอธิบายสังคมว่าทำไมการแก้ไขกฎหมายจะเป็นประโยชน์ เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่พยายามจะนำเสนอมากขึ้น และเข้าใจว่ามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการลงลึกในรายละเอียดว่าจะแก้ไขสิ่งต่างๆ อย่างไร และหวังว่าหากประชาชนให้การสนับสนุนเรื่องที่เสนอ ก็อาจจะทำให้ได้รับการสนับสนุนมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งถัดไป
พรรคประชาชนได้เสนอร่างกฎหมายไปแล้วทั้งหมด 84 ฉบับ แบ่งออกเป็นลงมติวาระ 1 แล้ว 25 ฉบับ และยังมีอีก 59 ฉบับที่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของสภา
หลายคนมักมีความเชื่อว่าพรรคประชาชนเสนอกฎหมายอะไรไปก็ตกอยู่ดี แต่ความเป็นจริงมีเพียง 9 ร่างเท่านั้นที่สภาลงมติเห็นชอบ ถือเป็นหลักฐานที่ประจักษ์ว่าพรรคประชาชนเสนอกฎหมายเข้าไปไม่เสมอไปว่ากฎหมายจะถูกปัดตก และการเสนอกฎหมายยังมีความสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศ แม้วันนี้ยังเป็นฝ่ายค้านก็ตาม
เรามี 7 ชุดกฎหมายสำคัญที่จะเดินสายรณรงค์ในช่วงปิดสมัยประชุม แบ่งออกเป็น “2 เปิด” 1.เปิดโอกาสแข่งขัน คือการยื่น พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าที่พยายามจะปรับอำนาจที่มาของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการนำเสนอ “โครงการคนฮั้ววงแตก” เพื่อให้เกิดการระแวงกันเอง ระหว่างบริษัทเอกชนกับผู้ประกอบการที่พยายามจะฮั้วกันทางการค้า เปิดโปงการทุจริต มีทั้งส่วนในการเสนอ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ รวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตรา เกี่ยวกับเรื่องสิทธิประชาชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐ รวมถึงคุ้มครองประชาชนที่มาชี้เบาะแสในเรื่องการทุจริตอีกด้วย
“2 ปลดล็อก” คือ การปลดล็อกที่ดิน สาระสำคัญคือการนิรโทษกรรมประชาชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดินทำกิน สืบเนื่องมาจากการประกาศที่ดินของรัฐที่ไปทับที่ดินที่ประชาชนอาศัยอยู่หลายปี รวมไปถึงการแก้กฎหมายที่เพิ่มช่องทางให้ประชาชนที่ประสบปัญหาดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินของตนเองได้อย่างสะดวกมากขึ้น และปลดล็อกการท่องเที่ยว โดยการแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารไปพร้อมกัน สาระสำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้โรงแรม ที่พัก สามารถขอใบอนุญาตได้สะดวกมากขึ้นรวมไปถึงการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นมีบทบาทหลักในการออกใบอนุญาตให้กับโรงแรม
“2 ปฏิรูป” ในส่วนของ “ปฏิรูปกองทัพ” คือ จะทำอย่างไรให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน และดำเนินการสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการปรับอำนาจที่มาของสภากลาโหม ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามที่ไม่มีภัยสงคราม ขอบเขตของอำนาจศาลทหาร รวมไปถึง พ.ร.บ.ฉุกเฉินที่พยายามจะให้มีกฎหมายที่รักษาสมดุลให้ดีขึ้นระหว่างเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของประชาชน กับการบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉิน “ปฏิรูปการศึกษา” เป็นการนำเสนอ พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ที่พยายามจะคุ้มครองสิทธิของผู้เรียนและนักเรียนทุกคนทั่วประเทศ ในการเข้าถึงสิทธิเรียนฟรีอย่างน้อย 15 ปี รวมไปถึงสิทธิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร สิทธิการรักษาด้านสุขภาพจิต
และ “1 ปกป้อง” คือการปกป้องสิ่งแวดล้อม การเสนอกฎหมายปกป้องสิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.โลกรวน, พ.ร.บ.ขยะ, พ.ร.บ. PRTR (Pollutant Release and Transfer Register) เกี่ยวกับมลพิษ, พ.ร.บ.รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การผลักดันกฎหมายของพรรคประชาชนถือเป็นกลไกสำคัญในการทำงานในสภาของพรรคในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุกที่ไม่เพียงแค่ตรวจสอบรัฐบาลแต่จะเดินหน้าในการนำทางและเสนอแนะรัฐบาลผ่านการเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย
เราเข้าใจดีในเชิงคณิตศาสตร์เสียงของ ส.ส.พรรคประชาชนที่มีเพียงน้อยนิดก็ไม่เพียงพอในการผ่านความเห็นชอบกฎหมายในสภาได้ จึงพยายามที่จะทำงานร่วมระดมทำความคิดกับพรรคซีกรัฐบาล เพื่อให้ร่างกฎหมายของพรรคประชาชนผ่านความเห็นชอบของสภาไปได้ เพราะมีความเชื่อมั่น มั่นใจในกฎหมายที่เราเสนอนั้นเป็นจุดยืนที่เป็นประโยชน์กับประชาชนสามารถแก้ปัญหากับประเทศได้ ภารกิจของเราไม่ใช่การเปลี่ยนจุดยืน แต่คือการเปลี่ยนใจคนทั้งในและนอกสภาที่มีความสำคัญยิ่ง เราอธิบายต่อสังคมเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าวก็จะทำให้การสนับสนุนในสภามีโอกาสมากขึ้นเพราะเสียงประชาชนที่ดังเข้ามาในสภาก็อาจจะมีผลกระทบต่อท่าทีของ ส.ส.ในสภาด้วยเช่นกัน
การรณรงค์เป็นไปในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในพรรคก็มี ส.ส.ที่ผลักดันในกฎหมายที่ตนเองสนใจ และจะเน้นการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในวงกว้างว่ากฎหมายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร
ส่วนการประเมินผลงานฝ่ายค้านในสภานั้น มองว่าคนที่ให้คะแนนเราได้ดีที่สุดคือประชาชน
⦁เมื่อถามว่ากฎหมายผ่านสภาส่วนใหญ่ เป็นกฎหมายที่พรรครัฐบาลเห็นด้วย หากเป็นเช่นนั้นจะนับว่าเป็นผลงานฝ่ายค้านหรือไม่
แน่นอนว่าพอพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง การที่จะโหวตเห็นชอบ ต้องมีเสียงของ ส.ส.รัฐบาลโหวตเห็นชอบด้วย ไม่ได้มีความกังวลใจว่าจะเป็นภาพจำว่าเป็นผลงานของรัฐบาล เราต้องย้อนกลับมาว่าพรรคก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงสมัยที่พรรคประชาชนไม่เป็นรัฐบาล ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องรอให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลก็สามารถพยายามผลักดันและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้
⦁ผลโพลที่พรรคประชาชนกระแสลด มีนัยสำคัญอย่างไร จะแก้อย่างไร
ผลโพลทุกสำนักก็เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูรายละเอียดว่าเป็นผลโพลของสำนักไหน วิธีการถามเป็นอย่างไร ถามกับใคร เป็นต้น แต่ทั้งหมดก็ล้วนเป็นประโยชน์ ท้ายที่สุดผลงานของเราประชาชนจะพิพากษาอย่างไร มันไปจบที่การเลือกตั้งครั้งถัดไป เหมือนเกมฟุตบอล เราสามารถปรับเปลี่ยนไประหว่างแข่งขันได้ แต่ท้ายที่สุดคือคะแนนต้องจบ 90 นาที
⦁ส่วนการทำงานของฝ่ายค้านที่ยังไปไม่สุด ค้านรัฐบาลไม่จริงในประเด็นสำคัญหรือไม่
ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านใช้กลไกสภาอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาลทุกเรื่องที่สังคมคาใจ ผมคิดว่าไม่มีประเด็นไหนที่สังคมคาใจแล้วพรรคประชาชนไม่พยายามทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตั้งคำถามกับรัฐบาล เรื่องของข้อเท็จจริง ผมปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัยก่อนพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ณ เวลานั้นเคยอยู่ในซีกฝ่ายค้านร่วมกัน แต่คิดว่าตั้งแต่หลังการตั้งรัฐบาลในปี 2566 เราอยู่คนละขั้วกัน เราก็ทำงานอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ ไม่ได้มีการฮั้วกัน ไม่มีการอ่อนข้ออะไรแน่นอน และอีก 2 ปีข้างหน้าก็ยิ่งตอกย้ำในทิศทางดังกล่าว

