นายกฯ เตรียมยกประเด็นแก้ปัญหาอาชญากรข้ามชาติ-ยาเสพติด ถกในเวทีประชุม ACMECS ก่อนบินอเมริกา-เปรู ถกผู้นำเอเปค
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation Program Summit: GMS Summit) ครั้งที่ 8 และการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ครั้งที่ 10 ในวันพุธ-พฤหัสบดีที่ 6-7 พฤศจิกายน 2567 ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยการประชุมระดับสุดยอดผู้นำ GMS summit ครั้งที่ 8 ครั้งนี้ ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ภายใต้หัวข้อหลัก “มุ่งสู่การเป็นประชาคมที่ดีกว่าเดิมด้วยการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
โดยมีประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ผู้แทนสภาธุรกิจ GMS ร่วมกับผู้นำ 6 ประเทศ ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และเจ้าภาพจีน (เฉพาะมณฑลยูนนาน และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) โดยมี วิสัยทัศน์การพัฒนาเพื่อให้เป็นอนุภูมิภาคที่มีการบูรณาการมากขึ้นโดยมีเป้าหมายความเจริญรุ่งเรือง มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนทุกคนในภูมิภาคผ่านความร่วมมือ 3 เสาหลัก คือ การสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) และการสร้างประชาคม (Community)
นายจิรายุกล่าวว่า นอกจากการประชุม GMS ครั้งที่ 8 แล้ว ยังมีการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ซึ่งเป็นครั้งที่ 10 โดย สปป.ลาว ในฐานะประธานของ ACMECS กำหนดจัดการประชุมครั้งนี้ภายใต้หัวข้อ “มุ่งสู่ความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อเพื่อการรวมตัวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” มีสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา โดยมีเป้าหมาย เพื่อทบทวนความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้ 3 สาขาหลักของแผนแม่บท ACMECS ปี ค.ศ.2019-2023 ได้แก่ 1.ความเชื่อมโยงไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity) 2.การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ (Synchronized Economies) และ 3.การพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนและมีนวัตกรรม (Smart and Sustainable ACMECS)
ทั้งนี้ ประเทศเมียนมา จะเป็นประธานวาระต่อไปปี 2568-2569
“การประชุมในครั้งนี้ประเทศไทย ต้องการผลักดันบทบาทในมิติอื่นๆ เช่น การเป็นผู้ประสานงานกับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ACMECS รวมถึงการแก้ปัญหาความท้าทายร่วม โดยเฉพาะประเด็นอาชญากรรมข้ามพรมแดน มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นายจิรายุกล่าว
สำหรับ ACMECS จัดตั้งขึ้นด้วยการริเริ่มของประเทศไทยเมื่อปี 2546 เป็นกรอบความร่วมมือเดียวที่มีสมาชิกเฉพาะประเทศลุ่มน้ำโขง 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดช่องว่างทางการพัฒนาในอนุภูมิภาค และสนับสนุนการรวมตัวของอาเซียน ปัจจุบันดำเนินการตามแผนแม่บท ACMECS ค.ศ.2019-2023 และประเทศไทยให้ความสำคัญต่อกรอบ ACMECS ในฐานะแกนกลางที่เป็นจุดเชื่อมต่อของกรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในอนุภูมิภาค
จากนั้น ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางไปประชุมสุดยอดผู้นำประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู

