หน้าแรก การเมือง กษิต อัดแรง พ...

กษิต อัดแรง พวกปลุกเสียเกาะกูด เล่ายิบเหตุรบ.มาร์ค ยกเลิก MOU44 แต่ไม่สำเร็จ-หนุนเจรจาต่อ

5.11.24 | 15:32 น.

กษิต อัดแรง พวกปลุกเสียเกาะกูด เลวร้ายบิดเบือน เล่ายิบเหตุรบ.มาร์ค จะเลิก MOU44 ยันสถานะครบ-หนุนเจรจาต่อ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ผ่าน จับตาสถานการณ์ ทาง ไทยพีบีเอส ถึงสถานะของ MOU 44 ไทย-กัมพูชาว่า เหตุที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจยกเลิก MOU 44 มาจากการที่นายฮุนเซน นายกฯกัมพูชาในขณะนั้น ได้ตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของไทย เป็นที่ปรึกษากัมพูชา ซึ่งเราเห็นว่าการกระทำของนายฮุนเซนนั้น ไม่น่ารัก ไม่เป็นมิตร และแทรกแซงกิจการภายในของไทย รัฐบาลขณะนั้นจึงต้องการแสดงออกว่า เราไม่พึงพอใจ ด้วยการยกเลิก MOU 44 แล้วก็ต้องการบอกกับนายทักษิณด้วยว่า การกระทำของนายทักษิณ ไม่น่ารักเป็นอย่างยิ่ง 

ดังนั้น เมื่อมีมติ ครม.ออกมา ก็ต้องมีกระบวนการต่างๆ เพื่อจะนำเรื่องเข้าสู่รัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ข้าราชการประจำ นำโดยกระทรวงการต่างประเทศก็ดำเนินการอยู่ แต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้นก็ยุบสภาพ้นจากตำแหน่งไป ก็เท่ากับว่าเรื่องนี้ยังค้างอยู่ โดยผ่านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กระทั่งรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็เท่ากับว่า MOU 44 ยังมีชีวิตอยู่ และล่าสุด นายกฯแพทองธารก็ได้ยืนยันว่า MOU 44 ยังมีชีวิต และยังอยู่ในการเตรียมการที่จะแต่งตั้งหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยต่อไป 

ถามว่าเนื้อหาสาระของ MOU 44 คืออะไร ก็มีประเด็นหลักๆ คือทั้ง 2 ฝ่าย ช่วงรัฐบาลทักษิณ ที่มี นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็น รมว.ต่างประเทศ​ กับทางฝ่ายนายฮุนเซน ก็บอกว่า เรามาทำ MOU 44 เพื่อตกลงข้อพิพาททางทะเลด้วยสันติวิธี และวิธีการทางทูต การเจรจา ก็มี 2 เรื่อง คู่ขนาน เรื่องแรก การปักปันเขตแดนว่าอะไรเป็นของไทย แล้วจะมีพื้นที่ร่วมหรือไม่ เรื่องที่สอง จะมีการสำรวจทรัพยากรทางธรรมชาติใต้ทะเล ซึ่งก็เป็นของดี เท่ากับเป็นกรอบให้ 2 ประเทศ แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีก็เท่านั้นเอง ส่วนการเจรจาจะออกมายังไง มันก็เป็นฝีมือของนักเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อถามว่า แล้วมองยังไงทำไมถึงมีเรื่องเสียเกาะกูดขึ้นมาได้ นายกษิตกล่าวว่า ก็ต้องกลับไปที่ประวัติศาสตร์ว่า ประเทศสยามได้ทำการตกลงกับฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมผู้ปกครองกัมพูชา เมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว โดยระบุแน่ชัดว่า เกาะกูดเป็นของสยาม เป็นของราชอาณาจักรไทย 

Advertisement

“เรื่องนี้ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย แต่ไม่ทราบว่าเจตจำนง หรือความสัปดนทางจิตใจของใคร เพราะเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงทางกฎหมาย และข้อตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศสชัดเจนอยู่แล้ว แล้วเราก็ปกครอง ครอบครองเกาะกูดมาตั้งร้อยกว่าปีแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เรามีอำเภอ มีนายอำเภอ ที่สำคัญผมก็ไม่เคยได้ยินว่า ทางฝ่ายฮุนเซนยกกองทัพมายึดเกาะกูด” 

เมื่อถามว่า มีพรรคการเมือง กลุ่มทางการเมืองที่เคลื่อนไหว หยิบเอาเรื่องนี้มาสื่อสารจะเป็นความเปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องนี้เป็นความเลวร้ายของคนที่เอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง มาเป็นประเด็นทางการเมืองให้ได้ ทั้งๆ ที่ข้อตกลงชัดเจน ถ้าพรรคการเมือง นักการเมืองบางคนที่คิดวิปริตไม่ยอมรับข้อเท็จจริงอันนี้ก็ช่วยไม่ได้ แต่ต้องย้ำว่า รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ ผู้รู้ประวัติศาสตร์ ต้องออกมาชี้แจงว่าเกาะกูดเป็นของไทย และ MOU 44 ก็เป็นกรอบที่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไม่ได้เกี่ยวกับเกาะกูด เพราะเกาะกูด มันข้อตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศสต่างหากเป็นร้อยปีมาแล้ว เรื่องนี้ต้องแยก 2 ประเด็นให้ชัด

มองว่า MOU 44 ยังควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่ นายกษิตตอบว่า เมื่อรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ตกลงกันว่าจะใช้วิธีเจรจา โดยให้กรอบ MOU 44 ก็คิดว่าไม่ได้มีอะไรเป็นตัวร้าย แต่ถ้า MOU 44 ถูกตีความแง่ของความขัดแย้งก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่อ่าน MOU 44 หรืออ่านแล้วเข้าใจ แต่ทำตัวเป็นผู้ร้ายของประเทศ เอามาบิดเบือนเป็นเรื่องการเมือง แต่เรื่องนี้มันก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศต้องออกมาชี้แจงให้ชัด หรือกลับไปถามนายทักษิณ หรือคุณสุรเกียรติ์ก็ได้ว่า เรื่องเป็นอย่างไร แล้วตอนนั้นเซ็นไปทำไม