หน้าแรก การเมือง กมธ.สิ่งแวดล้...

กมธ.สิ่งแวดล้อมแนะสร้างทีมต้านดินถล่ม จัดมอเตอร์ไซค์วิบาก แจ้งอพยพ ที่อับสัญญาณมือถือ

6.11.24 | 11:16 น.

กมธ.สิ่งแวดล้อม แนะสร้างทีมต่อต้านดินถล่ม จัดมอเตอร์ไซค์วิบาก-ตีเกราะเคาะไม้แจ้งอพยพ ที่อับสัญญาณมือถือ

วันที่ 6 พฤศจิกายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน กมธ.สิ่งแวดล้อม มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีภาวะน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลประกอบด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่อาคารรัฐสภา

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม โดยมีทั้งการเตรียมความพร้อมติดตามวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำ และตั้งศูนย์ปฏิบัติการจำนวน 1,794 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเข้าเผชิญเหตุให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนภัยส่ง SMS ให้ทราบล่วงหน้าและแจ้งเตือนภัยแบบฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์มือถือ

ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ไม่มีสัญญาณของผู้ให้บริการมือถือ โดยเฉพาะจุดที่เกิดดินโคลนถล่มที่อำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ไม่มีคลื่นสัญญาณและมีปัญหาด้านการสื่อสารกับคนบนเขา จึงเสนอให้มีการสร้างบุคลากรที่เรียกว่า เจ้าพนักงานต่อต้านดินโคลนถล่มประจำตำบล จัดอบรมหลักสูตรแจ้งเตือนจนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าถึงจุดไหนจะต้องอพยพ โดยรัฐอาจจะต้องมีการลงทุนด้านการแจ้งเตือนภัย เช่นจัดมอเตอร์ไซค์วิบากและอุปกรณ์แจ้งเตือน เช่น การตีเกราะเคาะไม้ เพื่อแจ้งเตือนภัยและอพยพคนในพื้นที่

Advertisement

จากนั้น นายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้นำเสนอมาตรการเชิงรุกเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูการชะล้างพังทลายของดินที่ในจุดที่มีปริมาณมากกว่า 2 ตันต่อไร่ต่อปี โดยการชะล้างพังทลายมีสาเหตุสำคัญมีอยู่ 4 ด้านคือลักษณะทางธรณีวิทยา ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะสิ่งแวดล้อม หรือพืชที่ปลูกในบริเวณดังกล่าว เช่น มีการปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังบนเชิงเขาหรือไม่ โดยมีตัวเร่งคือปริมาณน้ำฝนจนเกิดเป็นดินโคลนถล่ม พร้อมเสนอให้มีการผลักดันปัญหาการชะล้างพังทลายของดินให้เป็นวาระแห่งชาติ

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตพร้อมฝากกรมพัฒนาที่ดินให้รักษามาตรฐานในการออกเอกสารสิทธิ์ การครอบครองที่ดินและการใช้ประโยชน์ โดยขอให้คงไว้อย่าให้ถูกกลืนไป เพราะจะสวนทางกับแนวทางแก้ปัญหาทันทีเพราะทุกวันนี้พบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์บนภูเขาสูงชัน เชื่อว่าหลังจากคณะกรรมาธิการศึกษาแล้วเสร็จอาจจะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นกฎหมายการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อป้องกันความลักลั่นในการบังคับใช้กฎหมายบางอย่างบนพื้นที่สูงชัน