นิกร เผยกมธ.ร่วมประชามติ เตรียมใช้ช่องทางไปรษณีย์ ให้ปชช.ร่วมออกเสียงทำประชามติชั้นครึ่ง ลดแตกหักแม้ไม่ทันเลือกตั้งปี 70 ลุ้น ส.ว. เห็นด้วย แต่ห่วงเสียงส.ส.มากกว่า ด้าน ‘ส.ว.พิศิษฐ์’ เปิดทางใช้เสียงข้างมากชั้นครึ่ง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ (ฉบับที่ … ) พ.ศ. … กล่าวภายหลังการประชุมกมธ.ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ว่า ที่ประชุมได้ให้ทั้ง กมธ. ส.ส.และ ส.ว. ได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ยังยืนเหมือนเดิมเกี่ยวกับผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียง ซึ่งฝ่าย ส.ว.ยังคงยืนยันที่จะใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น แต่ฝ่าย ส.ส.กังวลว่าถ้าคนออกมาใช้สิทธิน้อย การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านแล้วจะมีปัญหา ซึ่งตนในฐานะตัวแทนจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)ได้เสนอว่า ในมาตรา 6 ให้ยกเลิกมาตรา 13 ที่ระบุว่าการออกเสียงประชามติผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต้องเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องประชามติ ถ้านับตรงนี้คือการทำประชามติแบบชั้นครึ่ง ไม่ใช่ 2 ชั้น หรือชั้นเดียว ซึ่งตนยังไม่ตัดสินใจว่าจะยืนตามนี้หรือไม่ และเห็นว่าถ้ามีการโหวตกันในวันนี้จะเกิดการแตกหัก ดังนั้น สิ่งที่เสนอคือมีทางออกตรงกลาง แต่ถ้าวุฒิสภาจะเอาแบบ 2 ชั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะจะมีปัญหาจึงขอลดลงมาเหลือชั้นครึ่งได้หรือไม่เพื่อให้รัฐธรรมนูญออกมาศักดิ์สิทธิ์
นายนิกรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้พิจารณาองค์รวมและได้ข้อสรุปว่าการออกเสียงประชามติจะไม่เป็นแบบเดิมที่ทำมา เพราะมีการแก้ไขในหลายมาตรา ให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้นคือใช้การออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์เป็นหลัก โดยมีหน่วยคูหามาเสริมเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย และในรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้แล้วว่าการลงมติทางไปรษณีย์ให้มีน้ำหนักเท่ากับเข้าคูหา ซึ่งตนได้พูดคุยบริษัทไปรษณีย์ไทยว่าปัจจุบันดำเนินการอย่างไร ซึ่งเขาให้ความเห็นว่าสามารถทำได้ดีและค่าใช้จ่ายลดลงมาก ประชาชนเข้าถึงได้มากเพราะไม่ใช่การเลือกตั้ง ดังนั้น จึงต้องฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และไปรษณีย์ ว่าหากมีการออกเสียงประชามติแบบใหม่ทำได้ง่ายและประชาชนเข้าถึงได้ง่ายหรือไม่ ถ้าทำได้ตนอาจจะยืนให้ทำประชามติชั้นครึ่ง เพราะเชื่อว่าคนจะออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งแน่ ทั้งนี้ ทราบว่าทาง กกต.จะเดินทางไปดูงานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งกำลังจะมีการทำประชามติประมาณวันที่ 20 พฤศจิกายน เพื่อที่ กกต.จะได้แนวคิดมาใช้กับประเทศไทย
“ดังนั้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน ทาง กมธ.จะเชิญกกต.และไปรษณีย์มาคุยเรื่องนี้ โดยไม่รอ กกต.ที่เดินทางไปดูงานกลับมา หากวันนั้นเราได้ข้อมูลครบเราอาจจะตัดสินใจก็ได้ หรืออาจจะขยับอีกครั้งแล้วตัดสินใจ แต่ยืนยันว่าได้ข้อสรุปก่อนเปิดสภาแน่ เราจึงยังมีโอกาสได้หายใจ ถ้าหักกันวันนี้ จะต่อไปอีก 180 วัน เพราะการแก้ไขรัญธรรมนูญทำท่าจะไม่ทันปี 70 ถ้าต่อไปอีก 180 วัน ก็อาจจะเลย 72 หรือ 73 จะนานเกินไป ฉะนั้น เราจึงต้องทำให้เร็วที่สุดแม้ว่าจะไม่ทันการเลือกตั้งครั้งหน้า และจากการพูดคุยในกมธ.ก็อาจจะมีการถอยอยู่บ้าง อาจจะลดลงมาจาก 2 ชั้น หรือชั้นเดียวก็มาอยู่ตรงกลางเป็นชั้นครึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อาจจะไปได้ดี” นายนิกรกล่าว
เมื่อถามว่า กมธ.ฝ่าย ส.ว.เห็นด้วยกับแนวคิดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์หรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ทาง ส.ว.เขาก็ฟังแต่ขอรอฟังข้อมูลจากไปรษณีย์ก่อน เพราะเขาก็หวังดีกับประเทศเหมือนกัน ซึ่งฝ่ายส.ส.ก็เหมือนกันเพราะเรื่องแบบนี้สามารถจับมือคุยกันได้ ไม่จำเป็นต้องดับเครื่องคุย เพราะจะแตกหักกันเปล่าๆ และเวลาก็ขยายไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็น ทั้งนี้ ตนมองว่าการทำประชามติ 2 ชั้นนั้น มากเกินไปและไม่มีเหตุผล และการทำประชามติแบบชั้นครึ่งทางส.ว.เขาก็ฟัง และที่สำคัญชัั้นครึ่งเข้ากับร่างของพรรคภูมิใจไทย
“แนวโน้มกับ ส.ว.ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะรอมชอมกันเพราะ ส.ว.เขาฟังที่เราเสนอ ซึ่ง ส.ว.ผมไม่ห่วง แต่ห่วง ส.ส.เพราะ ส.ส.พวกมากกว่า” นายนิกรกล่าว
ด้านนายพิศิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว. ในฐานะ กมธ.ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ยังไม่มีข้อสรุปการปรับลดหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ต่างฝ่ายต่างยืนยันจุดยืนตัวเอง ส.ว.ยืนยันเจตนารมณ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ส.ส.ก็ยืนยันการใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว อย่างไรก็ตามนายนิกร จำนง กมธ.ร่วมฯ เสนอทางออกใช้เสียงข้างมาก 1 ชั้นครึ่ง คือ มีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงเห็นชอบยึดเกณฑ์เสียงข้างมากชี้ขาด แทนการใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ โดยเสนอทำประชามติผ่านไปรษณีย์ เพื่อประหยัดต้นทุน ไม่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา จูงใจให้คนมาใช้สิทธิทำประชามติมากขึ้น ที่ประชุม กมธ.จึงมีมติเชิญตัวแทนบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด มาชี้แจงต่อ กมธ. วันที่ 20 พฤศจิกายนถึงความพร้อมหากต้องทำประชามติผ่านไปรษณีย์
“หากบริษัท ไปรษณีย์ไทย มีความพร้อมก็เป็นไปได้จะพิจารณาลดหลั่นหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้นลงมาได้บ้างหรือไม่ ถอยกันคนละก้าว อาจเหลือแค่เกณฑ์เสียงข้างมากชั้นครึ่งก็เป็นได้ ขอดูความพร้อมบริษัท ไปรษณีย์ไทยก่อน แต่ถ้าจะใช้เสียงข้างมากแค่ชั้นเดียว ส.ว.คงไม่ยอม” นายพิศิษฐ์กล่าว

