ธนกร ขอ ส.ว.-ส.ส.หารือปมทำประชามติ รอบคอบเลือกที่ดีสุด ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก เชื่อ ประชาชนร่วมมือ หากชี้แจงข้อมูลประชาสัมพันธ์ชัด มอง ข้อดีออกเสียงทางไปรษณีย์ลดการใช้งบแผ่นดิน แนะ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ชี้ ควรรอบคอบแม้รธน.ใหม่ไม่ทันใช้เลือกตั้งปี 70
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หลังการประชุมทั้ง กมธ. ส.ส.และ ส.ว. ที่ยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันเรื่อง ส.ว.ยืนกรานทำประชามติ 2 ชั้น แต่ ส.ส.เห็นควรปรับให้กึ่งกลางเหลือแค่ชั้นครึ่ง เพราะกังวลว่าคนจะออกมาใช้สิทธิน้อย ส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านอาจมีปัญหานั้น ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งมองว่า ทุกฝ่ายควรถอยคนละก้าวให้สามารถเดินหน้าไปได้ อยู่ในจุดกึ่งกลางสมดุลยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสามารถที่จะปรับแก้ไขกฎหมายให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้
นายธนกรกล่าวว่า มองว่า การทำประชามติยึดตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ และคะแนนเสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนที่ไม่แสดงความคิดเห็น หรือเรียกว่า ชั้นครึ่ง ตามที่ ส.ส.เสนอนั้น ตนเห็นด้วย โดยเฉพาะการลดงบประมาณแผ่นดินที่จะใช้ในการทำประชามติครั้งนี้ ขอสนับสนุนเรื่องการออกเสียงประชามติผ่านทางไปรษณีย์ แต่ต้องทำให้เกิดความโปร่งใส รัดกุมรอบคอบ รวมถึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนเข้าใจล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งสะดวกต่อการมาใช้สิทธิ เพราะไม่ต้องกลับภูมิลำเนาตัวเองสามารถออกไปใช้สิทธิได้ทุกพื้นที่ นับว่าจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมืองให้มากที่สุด
“ถ้าฝืนเดินหน้าแบบต่างคนต่างไป เกิดความขัดแย้งแตกหัก ประเทศชาติจะได้อะไร อาจได้ไม่คุ้มเสีย ขอทุกฝ่ายมองภาพรวมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศมาก่อน มากกว่ามองแค่มุมการเมือง แม้ว่าการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ หรือบางพรรคต้องการยกร่างฉบับใหม่ จะไม่ทันใช้ในการเลือกตั้งรอบหน้าที่คาดว่าจะเป็นปี 2570 ก็ตาม แต่ทุกขั้นตอนควรที่จะรับฟังเสียงความเห็นจากทุกฝ่ายให้ตกผลึก เกิดความรอบคอบ ที่สำคัญต้องเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชนในอนาคตด้วย” นายธนกรกล่าว

