หน้าแรก การเมือง โรม เมินเสรีพ...

โรม เมินเสรีพิศุทธ์ ไม่ให้ข้อมูลกมธ. ลุยสอบปมร้อน ทักษิณ อยู่ชั้น 14 จ่อตั้ง 2 ประเด็นซักยิบ

7.11.24 | 11:15 น.

“โรม” ยัน กมธ.ความมั่นคงฯ มีอำนาจตรวจสอบ ปม “ทักษิณ”รักษาตัวชั้น 14 ชี้ เชื่อ “แม้ว”ทำคนเดียวไม่ได้ เตรียมถามป่วยจริงหรือไม่ -พบใครบ้าง ชี้หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทำอะไรผิดถือเป็นประโยชน์ที่ได้ชี้แจง เมิน”เสรีพิศุทธ์”ไม่ให้ข้อมูล บอก เชิญในสถานะบุคคลธรรมดา ขณะที่ “บิ๊กโจ๊ก” โผล่เข้าแจง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. ถึงการพิจารณาวาระกรณีกรมราชทัณฑ์ ให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ว่า เบื้องต้นบุคคลที่ได้มีการเชิญไปแล้วไม่มา อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวของนายทักษิณ แต่ไม่ว่าจะมาหรือไม่มา เรื่องนี้คงไม่สามารถหยุดให้ กมธ.ทำการแสวงหาข้อเท็จจริงได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม ในกรณีของนายทักษิณที่มีฝ่ายต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งนายทักษิณทำทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ ดังนั้น ทาง กมธ.มีความชอบธรรมในการแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไป

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กมธ.ไม่ได้วางกรอบการแสวงหาข้อเท็จจริงไว้แต่อยู่ที่ข้อมูลที่ได้รับมา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 ซึ่ง กมธ.มีหน้าที่มีอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริง ดังนั้น ยืนยันที่จะทำต่อถ้าทุกฝ่ายมาให้ข้อชี้แจงกับ กมธ. ก็จะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานเอง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง

“ยืนยันว่าอยากให้บรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหลายทำหน้าที่ในการชี้แจงและตอบคำถามกรรมาธิการ ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะปกป้องตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นข้อครหา หรือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในข้อกฎหมายด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ กมธ.จะสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง มี 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ป่วยจริงหรือไม่ และการป่วยเข้าข้อกฎหมายอะไรได้บ้างที่ทำให้นายทักษิณต้องไปอยู่ที่ชั้น 14 และ 2.เรื่องการพบปะบุคคลต่างๆ ตกลงแล้วการอยู่ชั้น 14 คือการถูกควบคุมตัว เสมอเหมือนอยู่ในราชทัณฑ์หรือเรือนจำใช่หรือไม่ แต่ที่มีการพบปะกันราวกับว่าเหมือนนอนอยู่บ้านก็ต้องพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร เพราะการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ไปเจอนายทักษิณ และยังไม่เห็นข้อโต้แย้งที่มีความชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ กมธ.ก็ต้องเอาข้อเท็จจริงออกมา โดยการสอบถามเจ้าหน้าที่ ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ยืนยันว่า จะเดินทางมาชี้แจง ก็ต้องได้สอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องเหล่านี้ เพราะช่วงเวลานั้นถือว่ามีบทบาทหน้าที่ที่หลากหลาย

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า การรักษาตัวที่ชั้น 14 ของนายทักษิณเป็นการคุมขังไม่เคยปล่อยสักวินาที นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากจะโต้แย้งแบบนั้นก็ต้องบอกว่า สิ่งที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์บอกมาไม่เป็นความจริง หรือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีความสามารถพิเศษที่จะฝ่าความปลอดภัยเพื่อเข้าพบนายทักษิณได้ ดังนั้นสิ่งที่ พ.ต.อ.ทวี พูดออกมาก็ต้องดูพยานหลักฐานต่างๆ ว่าใครจะโกหก หรือใครจะพูดความจริงไม่เป็นความจริง วันนี้เราจะได้มาค้นหาข้อเท็จจริงกันว่าตกลงแล้วที่ฝ่ายต่างๆ ได้พูด ในเรื่องเกี่ยวกับชั้น 14 นั้นเป็นอย่างไร

“ส่วนที่มีคนสงสัยว่า เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับ กมธ.ความมั่นคงฯ ผมยืนยันว่า เรื่องกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญต่อประเทศชาติมาก เป็นกระดูกสันหลังสำหรับเรื่องต่างๆ และเราก็มีภารกิจในเรื่องการปฏิรูปประเทศด้วย กระบวนการยุติธรรมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เราพยายามแสวงหาข้อเท็จจริง” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นข้อมูลรายละเอียดจากโรงพยาบาลตำรวจ แต่วันนี้เราจะได้สอบถาม ซึ่งมีคำถามอยู่ประมาณ 20-30 คำถาม ที่ กมธ.เตรียมกันไว้ หากข้อมูลยังไม่เพียงพอก็จะต้องแสวงหาเพิ่มเติม หรือเรียกเอกสารจากหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่หน่วยงานจะให้หรือไม่ให้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ถ้ามั่นใจว่าการทำหน้าที่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ไม่ต้องกลัวอะไร ควรให้ฝ่ายตรวจสอบเข้าถึงพยานหลักฐานต่างๆ ได้อย่างเต็มที่และเป็นประโยชน์ที่สุด

เมื่อถามว่า มีการอ้างกฎหมาย PDPA ในการเข้าถึงข้อมูล นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงไม่สามารถทำได้เพราะ กมธ.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งเราสามารถเข้าถึงเอกสารหลักฐานต่างๆ ได้อยู่แล้ว กฎหมาย PDPA ไม่ได้มีข้อยกเว้นในการทำหน้าที่ของสภาหรือ กมธ.

ต่อข้อถามว่า กรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ไม่เข้าให้ข้อมูล ทาง กมธ.จะมีการทำเป็นหนังสือชี้แจงเข้ามาทีหลังหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ต้องดูสถานะปัจจุบัน เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เป็นบุคคลธรรมดา น้ำหนักจะต่างกับการเชิญเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 ถ้าเชิญเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องดำเนินการให้มา ถ้าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจะมีความผิดอะไรหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ กมธ.ต้องตรวจสอบว่าที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือจากรัฐบาลมีความผิดทางกฎหมายอะไรอีกบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้มาชี้แจงต่อ กมธ. ประกอบด้วย นายวัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์, พล.ต.ต.สรวุฒิ เหล่ารัตนวรพงษ์ อดีตรองนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ