หน้าแรก การเมือง ปธ.กมธ.มั่นคง...

ปธ.กมธ.มั่นคง ชี้กรณีชั้น 14 มีพิรุธ จ่อถกนัดอีก พ้อหน่วยงานร่วมมือน้อย ถามอะไรก็ไม่รู้

7.11.24 | 15:55 น.

“กมธ.มั่นคงฯ” ซัด ถามอะไรก็ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่ได้คำตอบ หลังถกปม ”ทักษิณนอนชั้น 14“ พ้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือน้อย มอง แปลก พยาบาลโทรศัพท์หาหมอ ใช้เวลาดูอาการ 4 นาที ก่อนส่ง รพ.ตร.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงของรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ.ในการหาข้อเท็จจริงด้านกระบวนการยุติธรรม กรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจว่า ในกรอบการพิจารณา ประเด็นแรกคือการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นการไปพักที่ชอบโดยกฎหมายหรือไม่

ประเด็นที่สองเมื่อไปพักแล้ว การอยู่รักษาตัวระยะยาว สุดท้ายเป็นการตัดสินใจของใคร ถูกต้องทั้งในทางการแพทย์และกฎหมายหรือไม่ และประเด็นที่ 3 สิ่งที่จะเกิดตามมาคือมีความชอบด้วยกฎหมายอะไรบ้าง

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในประเด็นที่ 1 และ 2 มีปัญหาค่อนข้างมากในการพิจารณา การที่นายทักษิณมีอาการแน่นหน้าอก ตนได้รับข้อมูลว่าผู้ที่มาดูอาการเป็นเพียงพยาบาลเท่านั้น ยังไม่ถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาล

“เป็นเพียงแค่พยาบาลที่อยู่ที่สถานพยาบาล โทรไปหาหมอที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อปรึกษา และต่อมาถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งการโทรไปในลักษณะดังกล่าว ตนก็ไม่เคยทราบมาก่อน พยายามจะตรวจสอบว่าเป็นกระบวนการปกติหรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่กรณีของนายทักษิณคนเดียว ยังมีอีกหลายกรณีที่อาจจะเจ็บป่วยไม่สบาย และต้องการเข้าถึงการรักษาที่ฉุกเฉินแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน” นายรังสิมันต์กล่าว

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อ คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ที่นายทักษิณไปถึงสถานพยาบาล จนได้วินิจฉัยโดยพยาบาล ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น เราได้รับข้อมูลว่า ใช้เวลาแค่ 21 นาทีเท่านั้น ทาง กมธ.จับระยะทางจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปโรงพยาบาลตำรวจ ใช้เวลา 17 นาที นั่นหมายความว่า ระยะเวลาในการวินิจฉัยย้ายนายทักษิณ มีแค่ 4 นาที ถือว่า ทำระยะเวลาได้ค่อนข้างเร็วมาก และนี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เกิดคำถามมากมาย

นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราได้รับคำอธิบายว่าการส่งตัวนายทักษิณ ดำเนินการโดย ผบ.เรือนจำ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกว่าทำไมบทบาทของหมอในโรงพยาบาลราชทัณฑ์น้อยมาก การที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ สุดท้ายก็เป็นเรื่องโยนกันไปโยนกันมา วันนี้เราไม่มีตัวแทนจากโรงพยาบาลตำรวจ หลายท่านอ้างติดภารกิจ แต่ทราบว่า มีรองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการที่นายทักษิณรักษาตัว ไม่ใช่การตัดสินใจของ รพ.ตร. แต่เป็นของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากราชทัณฑ์ว่า เป็นการตัดสินใจจากหมอเจ้าของไข้ ซึ่งเราก็พยายามตรวจสอบแต่ไม่ได้รับคำตอบเลย จนไม่แน่ใจว่าการที่นายทักษิณรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เป็นการตัดสินใจของใคร ไม่มีใครยืนยันกับเราได้

“หากสองกรณีไม่ได้ข้อยุติ ก็จะถูกตั้งคำถามว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ หากไม่ป่วยจริง ความรับผิดชอบจะไม่ได้อยู่เพียงหน่วยงานราชการ แต่นายทักษิณอาจจะเกี่ยวข้อง กับการแสดงบทบาทให้หลงเชื่อบางอย่าง ว่าตัวเองเจ็บป่วย และส่งผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ ที่จะส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจ การที่นายทักษิณไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นการอยู่ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” นายรังสิมันต์กล่าว และว่า

ทั้งนี้ เราได้รับข้อมูลจากเลขานุการ กมธ.ว่า ปกติการไปรักษาตัวในห้องพิเศษมีค่าใช้จ่าย วันละ 8,500 บาท เมื่อคำนวณแล้วค่าใช้จ่ายจะเกิน 1 ล้านบาท จึงมีคำถามว่าสรุปแล้วใครจ่าย ซึ่งเราก็ไม่ได้คำตอบ

แต่สิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดในที่ประชุม คือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัย เป็นเรื่องที่มีพิรุธ และเป็นเรื่องที่ตลอดการทำหน้าที่ของประธาน กมธ. 53 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการน้อยที่สุด และหน่วยงานราชการไม่อยากจะตอบอะไร ทำให้ความสงสัยของสังคมกรณีชั้น 14 ก็คงจะต้องมีอยู่ต่อไป

ส่วนจะเชิญใครในครั้งหน้านั้น นายรังสิมันต์ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ ช่วงนี้ปิดสมัยประชุม คงไม่ได้ประชุมทุกสัปดาห์ เบื้องต้นยังมีอีกหลายหน่วยงาน ที่ กมธ.เห็นน่าจะมีการพูดคุย ทาง กมธ.ก็ยืนยันว่า มีความจำเป็นที่จะหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป ตนเชื่อว่า ศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกฝ่ายต้องมีส่วนช่วยให้กระบวนการยุติธรรมของเราได้รับความเชื่อมั่นอย่างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้