หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม ซัดอ...

ภูมิธรรม ซัดอย่ามโน สัมปทานน้ำมันพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เอื้อชินวัตร-ฮุนเซน หวั่น กระทบสัมพันธ์

7.11.24 | 16:39 น.

ภูมิธรรม จวกอย่ามโน สัมปทานน้ำมันพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เอื้อชินวัตร-ฮุน เซน หวั่น กระทบสัมพันธ์ ซัด สมชัย ใช้ภูมิความรู้ไม่เข้าใจท่องแท้เรื่อง MOU44 สนธิสัญญาเกาะกูด วิจารณ์นายกฯ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่วัดชินวราราม อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการเตรียมลงพื้นที่เกาะกูด จังหวัดตราด ในวันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายนว่า เกาะกูดมีหน่วยกำลังของกองทัพเรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ตนจะไปดูความเป็นอยู่และเยี่ยมเยียนกำลังพลเนื่องจากมีนโยบายที่จะไปตรวจเยี่ยมกำลังพลอยู่แล้ว อีกทั้งมีประเด็นเรื่องเกาะกูดเกิดขึ้นจึงใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่ เพื่อไปดูสถานที่จริงว่ายังมั่นคงแข็งแรงหรือไม่และการเดินทางครั้งนี้เพื่อจะเป็นเครื่องยืนยันว่าเกาะกูดเป็นของไทย เพราะกองกำลังทหารของเราก็อยู่ที่นั่นเพื่อทำหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของประเทศ รวมถึงหน่วยราชการอื่นๆ ซึ่งเป็นมาอย่างยาวนานอยากให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นแผ่นดินไทยตามสนธิสัญญาที่ได้ทำไว้กับฝรั่งเศส และกัมพูชาก็ไม่เคยตั้งคำถามกับเราขอให้สบายใจได้

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลาย มีผู้เกี่ยวข้องเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รัฐบาลที่เกี่ยวข้องหลายยุคหลายสมัยออกมาพูดชัดเจนแล้วเรื่องอธิปไตยบนเกาะกูดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนเพียงแต่การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้เอ็มโอยู 2544 เป็นเครื่องมือเพื่อหาแนวทางสันติให้ได้ข้อตกลงไม่ใช้อาวุธเข้ากระทำต่อกัน

นอกจากนี้ เกาะกูดยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต้องเข้าดูแลเพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวไม่สะดุด ให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศและให้ประชาชนในพื้นที่

นายภูมิธรรม ยังได้กล่าวถึงข้อสังเกตการให้สัมปทานพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ครอบครัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบครัวสมเด็จฯ ฮุน เซน ว่า ที่ผ่านมาอยากให้เป็นบทเรียน เพราะพูดในเรื่องที่จินตนาการซึ่งยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร แต่มีส่วนที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อยากให้ฟังข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นข้อเท็จจริงค่อยมาวิจารณ์ อย่ากลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาขับเคลื่อนและไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ควรจะพูดให้อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจอย่างกรณี นายสมชัย ศรีสิทธิยากร ที่ออกมาวิจารณ์นายกฯ ถ้าไปดูจะเข้าใจว่า ในสนธิสัญญาเรื่องเกาะกูดและเอ็มโอยู 44 เป็นเรื่องที่ตกลงกันสองรัฐ ซึ่งมีวิทยานิพนธ์ได้พูดเรื่องนี้ชัดเจน สนธิสัญญาและเอ็มโอยูมีความแตกต่างกัน การที่จะใช้ภูมิความรู้ของตัวเองอาจไม่มีความเข้าใจแล้วมาวิพากษ์วิจารณ์ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นไม่เป็นผลดีต่อประเทศทั้งหมด

Advertisement

“ปัจจุบัยนี้กระแสทางโซเชียลลดลงแล้ว อยากให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงรัฐบาลนี้ไม่ได้กลัวการวิพากษ์วิจารณ์แต่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์สอดรับกับความเป็นจริงและปัจจุบันนี้การดำเนินงานในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาลไทยกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็เป็นไปด้วยดีมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ในหลักการ ไม่เคยละเมิดหลักการที่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์ตรงนี้ไม่มีปัญหา” นายภูมิธรรม กล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของ กลุ่ม คปท.ที่เดินทางไปพื้นที่เกาะกูดเมื่อสองสัปดาห์ก่อนนั้น เขาอาจจะเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นฐานที่เข้าใจผิด เมื่อข้อมูลข้อเท็จจริงปรากฏเชื่อว่าโดยวิญญูชนทั้งหลายควรจะเข้าใจได้ว่า หากไม่ใช่สิ่งที่เป็นประเด็นก็ไม่ควรหยิบมาเป็นประเด็นเพราะกระทบความเชื่อมั่นของประเทศมากกว่าก็หวังว่าเขาจะเข้าใจและตัดสินใจบนพื้นฐานที่เหมาะสม