พีระศักดิ์ พอจิต เผย เหตุไม่สมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ต้องการพักผ่อน เลี้ยงหลาน 2 คน นายก อบจ.อุตรดิตถ์ มีผู้สมัคร 3 ราย ส่วน ทม.อุตรดิตถ์ มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีคนเดียว
จากกรณี นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลาออกก่อนครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 เพื่อเป็นการชิงความได้เปรียบคู่แข่งไม่ให้เตรียมตัวได้ทัน และหลังเปิดรับสมัครเพื่อเลือกตั้งซ่อมวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายชัยศิริก็เดินทางมายื่นเอกสารลงรับสมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์อีกครั้ง โดยวันที่ 8 พฤศจิกายน จะเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร และจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่บ้านพักย่านม่อนดินแดง หมู่ 10 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีตรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สองและอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีพรรคพวกเพื่อนฝูง กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เข้ามาพบเพื่อชักชวนให้ลงรับสมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์อีกครั้ง รับปากว่าขอคิดดูก่อนค่อยตัดสินใจ
นายพีระศักดิ์กล่าวว่า ได้ปรึกษากับครอบครัวแล้วมีความเห็นว่าอายุมากแล้ว ไม่อยากให้ต้องเหน็ดเหนื่อยอีก อยากให้พักผ่อนมากกว่าที่จะต้องมาทำงานหนักตอนอายุมากๆ อีกทั้งตอนนี้มีหลานสาววัย 3 ขวบ และหลานชายอีกคนวัย 5 เดือน ซึ่งกำลังน่ารัก จึงอยากให้มีเวลากับการเลี้ยงหลานมากกว่า ต้องเดินทางระหว่าง จ.อุตรดิตถ์ กับ จ.เชียงใหม่ อยู่บ่อยครั้งเพื่อดูแลหลานๆ
“วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าไม่ลงรับสมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ กลุ่มผู้สนับสนุนก็ทราบและเข้าใจดีว่าเหตุผลที่ไม่ลงรับสมัครในครั้งนี้ แม้จะไม่ลงรับสมัคร แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งการเมืองไปเลยเสียทีเดียว บอกกับทุกคนไปว่าหากไม่มีตัวเลือกที่ดี เหมาะสม ก็ฝากให้ดูแลและสนับสนุน นายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้สมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ หมายเลข 3 เพราะน่าจะเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะรู้ปัญหาความต้องการของชาวอุตรดิตถ์เป็นอย่างดีอีกคนหนึ่ง วันนี้ควรมีการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองแล้ว การเมืองแบบผูกขาดที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้าง บ้านเมืองน่าจะมีการพัฒนาหรือเดินหน้ามากกว่านี้” นายพีระศักดิ์กล่าว
- พีระศักดิ์ พอจิต ยอมรับเตรียมตัวพร้อมแล้ว จ่อสมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ หวนคืนเก้าอี้อีกหน
- เลือกตั้งท้องถิ่นคึกคัก สหวิช อดีตรองผู้ว่าฯ ลงชิงนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ลั่น ขอทำงานเพื่อปชช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สำหรับผู้สมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ยังมี 3 คน ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายชัยศิริ อายุ 70 ปี อดีตนายก อบจ.อุตรดิตถ์ 4 สมัย เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ อายุ 82 ปี สื่อมวลชนอาวุโส และ เบอร์ 3 นายสหวิช อายุ 61 ปี อดีตรองผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ มีการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคมนี้
โดยข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน จ.อุตรดิตถ์ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 359,989 คน มี 742 หน่วยเลือกตั้ง โดยที่ อ.เมืองอุตรดิตถ์ มีหน่วยเลือกตั้งมากสุดคือ 227 หน่วย ส่วน อ.บ้านโคก มีหน่วยเลือกตั้งน้อยสุดคือ 28 หน่วย
ส่วนการรับสมัครนายกเทศมนตรีเมือง (ทม.) อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งซ่อมแทน นายชูชาติ อ้นทุ่งยั้ง ที่ยืนหนังสือลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ ก่อนครบวาระในปลายเดือนมีนาคม 2568 ปรากฏว่ามีเพียงผู้สมัครรายเดียวคือ เบอร์ 1 นายปรารถนา เอี่ยมวัฒนกุล ทนายความและอดีตเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็น ลูกเขยนายสำราญ เอื้อจิรวาณิชย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่านายกกล้วย อดีตนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์
อย่างไรก็ดี นายสำราญไม่สามารถลงรับสมัครได้ เนื่องจากถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทุจริตงบประมาณ ต่อมา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 590/2564 ให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ ในวาระดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2555-31 มกราคม 2564 แม้นายสำราญจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโล เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลปกครองพิษณุโลกมีคำพิพากษายกฟ้องช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 นายสำราญจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครเลือกตั้ง จึงส่งนายปรารถนามาเป็นตัวแทน

