หน้าแรก การเมือง รมว.ยุติธรรม ...

รมว.ยุติธรรม ลุยขอนแก่น เยี่ยมหนุ่มบุรีรัมย์ ติดยา-พนัน อาการดีขึ้น

10.11.24 | 13:35 น.

รมว.ยุติธรรม ลุยขอนแก่น เยี่ยมหนุ่มบุรีรัมย์ ติดยา-พนัน อาการดีขึ้น

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ รพ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารจากกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมนายเอ็ม (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาว อ.นางรอง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งถูกนางสารภี (ขอสงวนนามสกุล) อดีตข้าราชการครูเกษียณ ซึ่งเป็นมารดา สร้างห้องขังไว้ภายในบ้านพักหลังทนกับพฤติกรรมการติดยาเสพติดและการพนันไม่ไหว โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภุมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, นายพันเทพ เสาวโกศล รอง ผวจ.ขอนแก่น, นพ.ชาญชัย ธงพานิช ผอ.รพ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น, นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น และนายนาวิน คำเวียง ว่าที่รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ร่วมให้การต้อนรับ

โดย พ.ต.อ.ทวีได้พูดคุยกับนางสารภีผ่านระบบวิดีโอคอล เพื่อให้กำลังใจและรายงานความคืบหน้าขั้นตอนการบำบัดรักษา ในระยะ 1 สัปดาห์ที่นำตัวนายเอ็มจาก จ.บุรีรัมย์ มาบำบัดที่ รพ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น ก่อนที่จะเข้าตรวจติดตามการบำบัดฟื้นฟูนายเอ็ม ซึ่งอยู่ในกระบวนการบำบัดของโรงพยาบาล ร่วมกับผู้บำบัดรายอื่นตามตารางกิจกรรมที่กำหนด

ขณะที่ นายเอ็มกล่าวว่า การเข้ารับการบำบัดที่นี่ต่างจากที่อื่น จะตั้งใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามวิธีทั้งหมดเพื่อที่จะเลิกและกลับบ้าน และขอฝากเพื่อนๆ ที่มาบำบัดให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะได้กลับบ้านพร้อมกัน

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐจะต้องจริงจังในการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด แม้บางพื้นที่รัฐจะบอกว่ารายงานเป็นศูนย์ แต่ชาวบ้านมาบอกว่ายังมียาเสพติดระบาดหรือมีพื้นที่เสี่ยง แบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ เราต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย กรณีนายเอ็ม เดิมอาจจะมองว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช และเข้ารับการรักษาที่ รพ.นางรอง หรือหน่วยบำบัดต่างๆ มาแล้วกว่า 10 ครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ส่งมาบำบัดที่ รพ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น ซึ่งครอบครัวก็มีความหวังว่านายเอ็มจะหายขาด ตามวิธีการบำบัดบัดรักษาทางการแพทย์เฉพาะทาง และที่สำคัญคือนายเอ็มมีลูกด้วย ดังนั้นกระบวนการสร้างความเข้มแข็งที่เริ่มจากครอบครัวจะต้องจริงจังและชัดเจน

Advertisement

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติด ยกตัวอย่างธวัชบุรีโมเดล ที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่และกำหนดเป็นพื้นที่นำร่องปลอดยาเสพติด ซึ่งจะต้องเข้มงวดตรวจซ้ำทุกพื้นที่อย่างละเอียด ควบคู่ไปกับการบำบัด ซึ่งในการบำบัดรักษาขอนแก่น เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่ทำได้จริงและอยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ เพราะเมื่อปราบปรามจับกุมผู้ค้ามาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ผู้เสพยังคงมีการบำบัดด้วยวิธีทางการแพทย์ตรวจเข้ม ตรวจซ้ำจาก รพ.แล้วยังคงมาอยู่ในศูนย์ฟื้นฟูหรือซีไอ ที่ตั้งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้นำที่ทำจริง และต้องการแก้ไขปัญหาให้กับจังหวัดลงลึกไปในระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ก้าวต่อไปคือการสร้างคน” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

พ.ต.อ.ทวีกล่าวต่ออีกว่า จากข้อมูลผู้ที่ถูกคุมขังในคดียาเสพติด พบว่ามีกว่า 200,000 รายที่การศึกษาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าภาคเรียนบังคับ ดังนั้นการสร้างคนให้มีคุณภาพแม้จะเป็นผู้ที่ถูกคุมขัง หรือต้องราชทัณฑ์กระทรวงยุติธรรมจะนำเรื่องนี้มาบูรณาการกับกระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวง อว.ให้กับผู้ที่ถูกคุมขังได้เรียน ทั้งแบบวิชาการ และวิชาชีพ เพราะเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้พ้นโทษออกไปก็จะมีความรู้จากงานด้านวิชาการและวิชาชีพติดตัวไปด้วย อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่าผู้เสพที่เข้ารับการบำบัดนั้นมีอายุต่ำสุดคือ 14 ปี และติดมาจากสังคมในครอบครัว และแม้จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วแต่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลยอมไม่ได้ และจะต้องทำงานกันอย่างหนักและจริงจังมากขึ้น