หน้าแรก การเมือง เปิดประวัติ จ...

เปิดประวัติ จ.ส.อ.รอด กองพันพยัคฆ์น้อย ทหารผ่านศึกไทยคนแรก บรรจุอัฐิในสุสานสงครามเกาหลี

12.11.24 | 10:28 น.

จ.ส.อ.รอด อาสนพรรณ แห่งกองพันพยัคฆ์น้อย ทหารผ่านศึกเกาหลีชาวไทยคนแรก ได้บรรจุอัฐิในสุสานอนุสรณ์สถานแห่งสหประชาชาติในเกาหลี

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงานบริหารสุสานอนุสรณ์สหประชาชาติในเกาหลี กำหนดจัดพิธี บรรจุอัฐิทหารผ่านศึกเกาหลีชาวไทย หลังจากพิธีรำลึกถึงทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี Turn Toward Busan เสร็จสิ้น โดยทหารผ่านศึกชาวไทยที่ได้รับการบรรจุอัฐิที่สุสานในครั้งนี้คือ จ.ส.อ.รอด อาสนพรรณ เกิดวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2465 และจากไปอย่างสงบในวัย 100 ปี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2566 โดย จ.ส.อ.รอด จากไปก่อนวันเกิดครบรอบ 101 ปีเพียง 2 เดือนเท่านั้น

พิธีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ประกอบด้วย นางสมทรง บุตรสาวของ จ.ส.อ.รอด, น.ส.จิรัชญา หลานสาว, นางคังจองเอ รัฐมนตรีกระทรวงรักชาติและกิจการทหารผ่านศึก เกาหลีใต้, นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐเกาหลี รวมถึงทหารผ่านศึกและครอบครัวที่เดินทางมาเข้าร่วมโครงการเยือนเกาหลี และนักศึกษาจากคณะอาสาสมัครสันติภาพสหประชาชาติ

จ.ส.อ.รอด เป็นทหารผ่านศึกชาวไทย สังกัดกองพัน “พยัคฆ์น้อย” ซึ่งเป็นชื่อของทหารไทยที่เข้าร่วมสงครามเกาหลีที่ขึ้นชื่อในเรื่องความกล้าหาญและความว่องไว

Advertisement

จ.ส.อ.รอด อาสาเข้าร่วมรบในสงครามเกาหลีระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 ถึง 28 ตุลาคม พ.ศ.2496 เพื่อปกป้องอิสรภาพและสันติภาพของเกาหลีใต้ และได้รับเหรียญชัยสมรภูมิจากรัฐบาลไทย ถือเป็นเกียรติแก่ทหารที่ปฏิบัติราชการสงคราม

จ.ส.อ.รอด เคยเดินทางไปเกาหลีเมื่อปีที่ผ่านมาในโครงการเยี่ยมเยียนเกาหลีของทหารผ่านศึกเกาหลี (Revisit Program) และได้แสดงความปรารถนาที่จะบรรจุอัฐิของตนในสุสานอนุสรณ์สถานแห่งสหประชาชาติแห่งนี้ หลังจากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดการนานาชาติเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ครอบครัวของ จ.ส.อ.รอด มีความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในโอกาสนี้

จ.ส.อ.รอด อาสนพรรณ

ขณะที่ครอบครัวกล่าวถึงความมีระเบียบและความตรงไปตรงมาของ จ.ส.อ.รอด ว่าท่านให้ความสำคัญกับระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ และความยุติธรรมเป็นอย่างมาก

ท่านอาศัยอยู่บ้านที่ใกล้กับค่ายทหารสุรนารี มักตื่นแต่เช้าตามเสียงแตรในค่าย จากนั้นจะเริ่มวันด้วยการจัดเตียง สวดมนต์ และรับประทานอาหารเช้า หลังจากนั้นจะดูแลต้นกล้วยในสวนอย่างใส่ใจ และมักจะแบ่งกล้วยให้กับผู้อื่นในชุมชน

ด้วยเหตุผลที่เติบโตมาในวัดโดยปราศจากพ่อแม่ ทำให้ จ.ส.อ.รอด มีจิตใจเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการบริจาคเงินให้กับโรงเรียน และช่วยจ่ายค่าข้าวกลางวันให้กับเด็กนักเรียนยากไร้ใกล้บ้าน รวมถึงให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความสุขให้กับครอบครัวและผู้อื่นรอบตัวเสมอ

อย่างไรก็ดี ครอบครัวของ จ.ส.อ.รอด ได้ระลึกถึงความทรงจำที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ครอบครัวรับประทานอาหารร่วมกันและการฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีของ จ.ส.อ.รอด ทั้งนี้ เมื่อ จ.ส.อ.รอด ทานอาหารกับครอบครัว มักจะสั่งเป๊ปซี่และยกนิ้วโป้งให้หลังจากดื่มเสร็จ พร้อมพูดกับครอบครัวว่า “ฉันยังแข็งแรงดี!”

ในการฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปี ครอบครัวได้จัดงานวันเกิดที่อบอุ่นและมีความหมายให้กับ จ.ส.อ.รอด โดยได้ใส่บาตรในตอนเช้า และอยู่ร่วมกันพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข

ที่ผ่านมา จ.ส.อ.รอด มักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงสงครามเกาหลีให้ครอบครัวฟังเสมอ

เคยเล่าถึงการเดินทางทางเรือที่ลำบากและยาวนาน อากาศหนาวเย็น และความลำบากในการใช้ชีวิตในสนามรบ ความโหดร้ายของสงครามที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เสียงปืนและระเบิดที่เขาได้ยินเป็นประจำ รวมถึงเพื่อนร่วมรบที่สูญเสียไป

เมื่อเวลาผ่านไปครอบครัวจึงตระหนักได้ว่าการเสียสละของ จ.ส.อ.รอดและเพื่อนทหารได้ทำยิ่งใหญ่เพียงใด รวมไปถึงรู้สึกภาคภูมิใจในวีรกรรมของผู้กล้า

นายซอ จองอิน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารฯ กล่าวว่า ในฐานะอดีตเอกอัครราชทูตอาเซียน ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่เราจะได้บรรจุอัฐิทหารผ่านศึกเกาหลีชาวไทยท่านนี้ และสำนักงานบริหารฯจะให้การดูแลท่านอย่างดีที่สุดเพื่อให้ครอบครัวมั่นใจว่าท่านได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ

สำหรับการบรรจุอัฐิของ จ.ส.อ.รอด อาสนพรรณ ทำให้สุสานอนุสรณ์สถานแห่งสหประชาชาติแห่งนี้มีทหารผ่านศึกทั้งหมด 2,330 นายจาก 14 ประเทศ

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ที่มีการบรรจุศพทหารผ่านศึกชาวฝรั่งเศส เรย์มงด์ เบอนาร์ด จนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีทหารผ่านศึกทั้งหมด 27 นาย ที่ถูกบรรจุในสุสานทหารผ่านศึกในเกาหลี และ จ.ส.อ.รอด อาสนพรรณ เป็นทหารผ่านศึกคนที่ 28

Yonhap News