“บิ๊กตู่”ชม”อภัยภูเบศร”ต้นแบบพัฒนาสมุนไพรเป็นหน้าตาประเทศ มท.1ขายฝันเปิดเอาท์เล็ทกลางกรุง

9.03.17 | 17:46 น.

นายกฯชม“อภัยภูเบศร”ต้นแบบพัฒนาสมุนไพรเข้มแข็งเป็นหน้าตาประเทศ ประกาศหนุนงบฯเร่งเครื่องปรับกลยุทธ์การตลาด ให้มีที่ยืนตลาดโลก ลั่นต้องสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ ด้าน มท.1 ขายฝันเปิดเอาท์เล็ทสมุนไพรกลางกรุงเล็งย่านราชดำเนินที่แรก

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ด้วยธุรกิจและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมทีมงานและบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ว่าเป็นทีมที่เข้มแข็ง เสียสละ โดยยกให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาสมุนไพรที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้มีการพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดยารักษาโรค เน้นการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมการเกษตรเพาะปลูกสมุนไพรในแต่ละชุมชน ช่วยกระจายโอกาสและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดูแลระบบการขึ้นทะเบียนให้คล่องตัว ตลอดจนการนำยาสมุนไพรมาใช้ในการรักษาของสถานพยาบาลให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงสปาทั่วประเทศควรใช้สมุนไพรของไทยทดแทนการนำเข้าที่มีราคาสูง

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด จำเป็นต้องมีการทำแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบในระยะตั้งแต่ 1-5 ปี รองรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 กำหนดการพัฒนาเมืองสมุนไพรเป็นไกการทำงานระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจร สร้างความมั่นคงในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม มีการส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของกกลุ่มประเทศ CLMV อาเซียนที่เหลือ และตลาดโลกต่อไป โดยตั้งเป้าหมายมีเมืองสมุนไพรใน 12 เขตสุขภาพ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการใช้สมุนไพรในสถานบริการ 3,000 ล้านบาท โดยในปี 2559 จะมีเมืองสมุนไพรต้นแบบใน 4 จังหวัดคือ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงราย และสกลนคร และสร้างอภัยภูเบศร บิสสิเนส โมเดล เป็นต้นแบบการยกระดับธุรกิจสู่สากล มุ่งเน้นให้ประชาชนไทยใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น

2.
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงการจัดหาพื้นที่เพื่อทำเอาท์เล็ทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดยเบื้องต้นได้พิจารณาพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์ย่านถนนราชดำเนิน ซึ่งมีความเป็นไทยสอดคล้องกับสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ใช้สืบต่อกันมาช้านาน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เข้าตรวจเยี่ยมการให้บริการรักษาผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรด้วย โดยได้พูดคุยกับแพทย์ พยาบาล เจ้าญาติผู้ป่วยอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับให้กำลังใจบุคลากรและมุ่งมั่นทำงานอย่างเสียสละ

Advertisement

ด้านนพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การมาของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานของบุคลากรอภัยภูเบศรมาก เนื่องจากช่วยเติมเต็มในส่วนที่ติดขัดมากมาย รวมถึงเพิ่มช่องทางในการขยายตลาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้เพิ่มมากขึ้น

“การที่ท่านมีนโยบายจริงจัง สั่งการเป็นระยะทำให้เกิดการรวมตัวของเครือข่ายอย่างรวดเร็ว เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีประมาณ 30 หน่วยงาน ที่ร่วมมือกันทำงานตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทาง ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยขึ้นมาก่อน” ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าว