นายกอบจ.อุดร – อาจารย์ อ่านเกมทักษิณ ใช้อุดรฯ โหมศึก 3 เส้า ชี้กระแสพรรคประชาชน หลักประกันไม่ยุบพท.
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้สัมภาษณ์ “มติชน” กรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร กลับขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกในรอบ 17 ปี เพื่อช่วยผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ของพรรคเพื่อไทย ว่า การขยับตัวของนายทักษิณครั้งนี้ เป็นการขยับ ทั้งขบวนของพรรคเพื่อไทย พลังการสื่อสารทั้งหมด มีความมั่นใจมากว่ากระบวนการกลไก โดยเฉพาะขบวนการยุติธรรมทั้งหมด ไม่ว่าการร้องครอบงำเพื่อนำไปสู่การยุบพรรค การร้องเกี่ยวกับชั้น 14 ไม่สามารถดำเนินการอะไรนายทักษิณได้ สะท้อนด้วยการสื่อสารที่บอกว่า คนที่ไปร้องเรียนเป็นพวกที่น่ารำคาญ แสดงว่า นายทักษิณ มีความมั่นใจอย่างสูง ทำให้เกิดความฮึกเหิมให้กับบรรดาพรรคพวกในพรรคเพื่อไทย ส.ส. และ มีผลอย่างมากมายในการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ซึ่งถือว่า เป็นคนพื้นที่ของคนเสื้อแดง ซึ่งก่อนหน้านี้ คนเสื้อแดงกำลังถอยลงไปมาก
แต่การแสดงนัยยะของนายทักษิณครั้งนี้ ว่า กลับมาแล้ว มีอิทธิพลตัวจริงในประเทศไทย ได้สร้างความฮึกเหิมเชิงบวกมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ไม่มีใครสร้างความเชื่อมั่นให้คนเสื้อแดงเลย ภายหลังเกิดความแตกแยกในบรรดาแกนนำคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ บวกกับบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่มีบารมีพอที่จะรักษาคะแนนศรัทธาของคนเสื้อแดง นายทักษิณ จึงมองว่า พื้นฐานสำคัญในการต่อสู้ทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ จะต้องกลับมาหาฐานเสื้อแดง ซึ่งฐานเสื้อแดงก็ยังมีความรักความศรัทธาคนเสื้อแดงอยู่แล้ว จึงไม่แปลกจะเกิดการฮึกเหิมของคนเสื้อแดงขึ้นมาอีกครั้ง ต่อไปจะไม่ใช่แดงแค่ จ.อุดรธานี แต่จะแดงทั้งแผ่นดินอีกรอบ
ส่วนการที่ นายทักษิณ ชินวัตร ไปแขวะพรรคประชาชนนั้น ผศ.ดร.โอฬาร มองว่า เป็นเทคนิคการเมือง เพราะว่า นายทักษิณ รู้ว่าหากไม่ไปแขวะพรรคประชาชน จะทำให้กระแสพรรคประชาชนจบ การแขวะ และทำให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมา จะเป็นปลุกกระแสพรรคประชาชนออกมาด้วย การแขวะแบบนี้เป็นหลักประกันว่า จะยุบพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ไม่สามารถจัดการ นายทักษิณได้ เพราะถ้าจัดการ นายทักษิณ กับพรรคเพื่อไทย แล้วใครจะชนะ พรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม มองไปแล้วเรื่องนี้ เป็นการวางแผนของทั้ง 2 พรรคนี้ ทำให้มองได้ว่า ต่างฝ่ายต่างปลุกกระแส ซึ่งกันและกัน ถ้าหากฝ่ายใดกระแสสูง จะทำให้ นายทักษิณไม่โดนกระแสอะไรทั้งสิ้น ถือว่า นายทักษิณ ฉลาดมากในการวางเกม
ผศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า เมื่อเกมการเมืองเกิดขึ้นแบบนี้ จะส่งผลดีต่อพรรคประชาชนด้วย เพราะทั้ง 2 พรรคนี้มีโมเมนตัมต่อกัน หรือเกื้อกูลกันในคะแนนนิยม ซึ่งจะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ถ้าพรรคประชาชนคะแนนนิยมตกต่ำ โอกาสพรรคประชาชนถูกยุบพรรคก็สูง ซึ่งจะส่งผลต่อการยุบพรรคเพื่อไทยเช่นกัน เพราะไม่มีคู่ต่อสู้ทางการเมือง จึงเป็นความร่วมมือเพื่อกำจัดพรรคภูมิใจไทยอีกทางหนึ่งด้วย เพราะรู้ว่า พรรคประชาชนกระแสตกต่ำ จะส่งผลต่อการยุบพรรคเพื่อไทย หรือจะดำเนินคดีกับ นายทักษิณ ชินวัตร นี่คือความชาญฉลาดของนายทักษิณ ที่ทำให้พรรคประชาชนเกิดการตื่นตัว เป็นหลักประกันว่าอย่าแตะนายทักษิณ
“ถามว่า ทำไมต้องกันภูมิใจไทยออกไป ก็เนื่องมาจากพรรคภูมิใจไทยมี ส.ว.เป็นฐานอยู่แล้ว เกิดพรรคประชาชนตกต่ำ พรรคเพื่อไทยถูกยุบ ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็จะไหลไปพรรคภูมิใจไทยทันที จะทำให้พรรคภูมิใจไทย สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เลย นี่คือความชาญฉลาดของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนต้องเล่นเกมนี้ เพื่อสกัดพรรคภูมิใจไทยออกไปด้วย” ผศ.ดร.โอฬาร กล่าว
เมื่อถามว่า เนื้อหาการปราศรัยของนายทักษิณมีการกล่าวถึงนโยบายเก่าๆ ที่ประสบความสำเร็จ ผศ.ดร.โอฬาร มองว่า เรื่องนี้เป็นหลักประกัน ว่า เป็นฝีมือของนายทักษิณ ซึ่งจะทำให้มองได้ว่า พ่อจะมาช่วยลูก ดูได้จากมีการเข้าพรรคเพื่อไทยในฐานะนักวิชาการ ที่ปรึกษาของพรรค ซึ่งเป็นการที่ นายทักษิณ เอาความเชื่อมั่นของตัวเอง ไปสร้างหลักประกันเพื่อให้เกิดความเชื่อต่อมั่น นายกฯแพทองธารอีกด้วย เพราะที่ผ่านมา ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เพราะยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ ทำให้บทบาทของ นายทักษิณ ในขณะนี้จะส่งผลดีให้พรรคเพื่อไทย ในโอกาสหน้าก็จะกลับมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อีกครั้ง
“ความต้องการในใจของ นายทักษิณ กับการเมืองในอนาคตนั้น ผมคิดว่า นายทักษิณ อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้าน ผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนไทยกับกัมพูชา MOU44 กาสิโนและเอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์ และพื้นที่การพัฒนาภาคใต้ หาก นายทักษิณ ได้ 4 เรื่องนี้ จะเป็นหลักความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อปูฐานไปยังการครองอำนาจนำในประเทศระยะยาว” ผศ.ดร.โอฬาร กล่าว
ผศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า สำหรับการเมืองในอนาคต ตนคิดว่า จะเหลือแค่ 3 พรรคการเมืองใหม่คือ เพื่อไทย ประชาชน และ ภูมิใจไทย หากมองไปแล้วการเมืองในขณะนี้เป็นการเมือง 3 เส้า โดยเฉพาะพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย คงสภาพแบบนี้เอาไว้ได้ ซึ่งจะส่งผลดีกับทั้ง 2 พรรค ไม่เช่นนั้นพรรคเพื่อไทยอาจถูกยุบ เพราะไม่มีความจำเป็นต่อกลุ่มคนชั้นนำแล้ว เพราะวันนั้นคงมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำแล้ว ดังนั้น พรรคประชาชนหากคงอยู่ ก็จะส่งผลต่อพรรคเพื่อไทยไม่ถูกยุบ เพราะจะต้องเอาไว้คานอำนาจกับพรรคประชาชน

