เลือกนายกอบจ.อุดร – ประชาชน เปิดปราศรัย อ้อนขอคณิศร เป็นนายก อบจ.อุดรฯ พิธาถามเพื่อไทย จะทำน้ำประปาสะอาด ที่ผ่านมา 12 ปี เป็นนายกอบจ.ทำไมไม่ทำ ด้าน ชูนโยบาย 6 ด่วนทำทันทีปีแรก
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ที่ตลาดนิยม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พรรคประชาชน เปิดปราศรัยหาเสียงช่วย นายคณิศร ขุริรัง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.อุดรธานี เบอร์ 1 โดยมีแกนนำ ส.ส. และผู้ช่วยหาเสียง อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง และ น.สพนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 ซึ่งเป็นคน อ.บ้านผือด้วย สลับขึ้นปราศรัยอย่างคึกคัก
ช่วงหนึ่ง น.ส.พรรณิการ์ ขึ้นเวทีตอนหนึ่งกล่าวถึงนโยบายน้ำประปาดื่มได้ว่า แม้ฝ่ายตรงข้ามจะพยายามโจมตีว่าเป็นไปไม่ได้ แต่คณะก้าวหน้าก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่าทำได้ โดยทำสำเร็จมาแล้วที่ ต.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เป็นที่แรกตั้งแต่ปี 2564 มาจนถึงวันนี้ ได้รับการรับรองโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และต่อมาก็ทำสำเร็จที่ ต.โพน จ.กาฬสินธุ์, ต.หนองแคน จ.มุกดาหาร, ต.ดอนงัว จ.มหาสารคาม และ ต.นาบัว จ.อุดรธานี และกำลังจะทำสำเร็จอีก 2 แห่งในปีหน้า ดังนั้น ที่มีการดูถูกว่าทำได้ไม่กี่แห่งนั้น จึงไม่จริง และที่บอกว่าทางโน้นก็ทำน้ำประปาสะอาด อยากถามว่า 12 ปีทำไมไม่ทำ
นายคณิศร ผู้สมัครชิงนายก อบจ.หมายเลข 1 ได้ปราศรัยถึงนโยบาย 6 ด่วน ที่จะทำให้สำเร็จภายใน 1 ปี ว่า ในฐานะคนอุดรธานีสัมผัสได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นความเจริญหรือการพัฒนาอุดรธานีต่างก็ถูกแช่แข็งมาตลอด วันนี้จึงมาขออาสาเป็นทางเลือกให้ชาวอุดรธานี โดยนอกจากนโยบาย 8 เสาหลักแล้ว ตนยังมีนโยบาย 6 ด่วนที่จะทำทันทีภายในปีแรก ได้แก่ 1.ทำให้ อบจ.อุดรธานีโปร่งใสตรวจสอบได้ 2.การทุจริตเป็น 0% โครงการ และนโยบายที่ส่อให้เกิดการทุจริตจะไม่ทำ จะทำแต่โครงการที่ตรวจสอบได้เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ หน่วยงานไหนใน อบจ. ที่มีการทุจริตตนจะเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที
3.นโยบายขนส่งสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนเดินทางลำบาก 4.น้ำประปาใสดื่มได้ตลอดปี 5.ถนนปลอดหลุม ไฟสว่าง มีกล้องวงจรปิด โดยถนนในสังกัด อบจ. ที่ชำรุดทรุดโทรมและไม่ปลอดภัย อบจ.จะดำเนินการซ่อมให้เรียบร้อยภายในปีแรกทันที 6.แก้ปัญหายาเสพติดผ่านนโยบายชุมชนปลอดภัยไม่มียาเสพติด โดย อบจ.จะเป็นศูนย์กลางสนับสนุนงบประมาณให้ฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงานจัดหาเครื่องมือในการตรวจสอบสารเสพติด

จากนั้น เวลา 11.35 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า มีการพูดถึงว่าที่ตนกลับมาจากสหรัฐอเมริกา เพราะกลัวแพ้ อิหยังว่ะ ยืนยันเลยว่า สำหรับตนเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยกลัวแพ้ เพราะแพ้มาเยอะแล้ว แต่ชนะมาก็แยะเหมือนกัน อย่างการเลือกตั้งที่อุดรธานี ปี 2562 อนาคตใหม่ได้ 1.4 แสนคะแนน เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี ปี 2563 ได้ 1.8 แสนคะแนน เลือกตั้งปี 2566 ได้มา 2.2 แสนคะแนน นี่คือการพัฒนา
ดังนั้น สำหรับพรรคประชาชน การลงแข่งเลือกตั้งมีแต่ชนะกับพัฒนา ไม่มีคำว่าแพ้ ตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ ปี 2562 เราก็แพ้ที่อุดรธานี เขต 1 แต่ก็ไม่กี่คะแนน ต่อมาเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลก็ชนะได้ ส.ส.เขต 1 อุดรธานี เราถึงไม่กลัวแพ้ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยย่อมมีแพ้มีชนะ คนชนะกลับมาแพ้ คนแพ้ก็กลับมาชนะได้ ไม่มีใครกลัวทั้งนั้น การทำงานแบบพรรคประชาชน คือการทำงานระยะยาว คู่แข่งอาจจะดูการเลือกตั้งต่อการเลือกตั้ง แต่พรรคประชาชนดูไปถึง 3 การเลือกตั้งข้างหน้า การเมืองแบบพวกเราคือแข่งกับตัวเองทุกวัน และต่อสู้อย่างเต็มที่ไม่ท้อแท้ถดถอย
“ที่ผ่านมานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทย หาเสียงเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายค้าน อบจ. คนเก่าเป็นมา 12 ปี เพิ่งมาบอกว่าจะทำน้ำประปาสะอาด แปลว่า 12 ปีที่ผ่านมาไม่สะอาดใช่หรือไม่ บอกว่าจะจัดการปัญหายาเสพติด แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาเจ้าพ่อยาเสพติด ทุนจีนสีเทา เมื่อปีก่อนหน้านี้ ก็มีเรื่องตั๋วตำรวจเพื่อไทย ตราบใดที่ยังมียาเสพติดจากต่างประเทศแล้วยังมีตั๋วตำรวจ ยาเสพติดก็แก้ไม่ได้ เป็นรัฐบาลมา 14 เดือน ราคายาบ้ายังเหมือนเดิม ตั๋วตำรวจยังมีหรือไม่ ขอให้ตอบให้กระจ่างด้วย” นายพิธากล่าว
นายพิธากล่าวต่อว่า มีคนกล่าวว่าอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง แต่สำหรับตนแล้ว คนอุดรธานีไม่มีเจ้าของ อุดรธานีเป็นเมืองหลวงของประชาธิปไตย ซึ่งมีหลายเฉด บางคนเลือกพรรคเพื่อไทย บางคนเลือกพรรคก้าวไกล บางคนก็เลือกพรรคไทยสร้างไทย ดังนั้น แม้การแข่งขันครั้งนี้ เรามั่นใจแต่ก็ไม่ประมาท เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่เหมือนระดับชาติ ประชาชนอยู่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกลับมาลงคะแนนไม่ได้ จึงขอสื่อสารไปถึงชาวอุดรธานีที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและต่างประเทศ ขอให้ช่วยพรรคประชาชน บอกกลับมาที่ครอบครัวให้ไปเลือกตั้งเยอะๆ ถ้าอยากให้คนอุดรธานี มีงานทำ มีสาธารณสุข มีการคมนาคมที่ดี จะได้กลับมาบ้านเสียที



