ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม.และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเสนอแนวคิดเรียกร้องขอให้ประชาชนเสียสละ หากจะมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เพราะจะทำให้ประเทศได้เงินภาษีมาใช้อีกจำนวนมาก โดยนางสาวรสนาระบุว่า
“นายกฯขอให้ประชาชนเสียสละ ประชาชนก็ขอนายกฯ หยุดประวิงเวลาเรื่องประโยชน์ชาติ”
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขอให้ประชาชนเสียสละจ่ายแวตเพิ่มอีก1% ประชาชนก็ขอเรียกร้องรัฐบาลหยุดประวิงเวลาในเรื่องต่อไปนี้
1.เก็บภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ทรัพย์สินของคนรวยให้เป็นมรรคเป็นผล
2.เก็บภาษีและค่าปรับจากบริษัทเชฟรอนที่เลี่ยงภาษีน้ำมัน นำน้ำมันเถื่อนมาใช้ในน่านน้ำไทย และสำแดงเท็จว่าส่งออกน้ำมัน
3.สั่งการให้เก็บภาษีจากคดีชินคอร์ปที่กำลังจะหมดอายุความ
4.แหล่งปิโตรเลียม 2 แหล่งคือเอราวัณและบงกชที่จะหมดอายุสัมปทาน ซึ่งมีมูลค่าปิโตรเลียมปีละ 2 แสนล้านบาทที่จะกลับมาเป็นของประเทศ รัฐบาลประกาศจะนำกลับมาบริหารเอง มิใช่ยกกรรมสิทธิ์ให้เอกชนต่อไป
5.ท่อก๊าซที่เป็นสาธารณสมบัติ หากนำกลับมาเป็นของประเทศก็จะเป็นแหล่งรายได้ของประเทศ รัฐบาลไม่ควรประวิงเวลาเอาคืนให้แผ่นดิน
6.ร่างแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม 2 ฉบับที่กำลังพิจารณาใน สนช. ได้แก้ไขยกผลประโยชน์ให้เอกชนมากขึ้นกว่าเดิม คือลดการเก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียมจาก 50% เหลือ 20% แต่ไม่มีส่วนแบ่งกำไรให้รัฐ และยังแก้ไขเพื่อยกสัมปทานให้เอกชนรวดเดียว 39 ปี จากเดิมกฎหมายให้แบ่งเป็น 3 ระยะคือ ช่วงสำรวจ 9 ปี และให้สัมปทานคราวละ 20 ปี ต่อได้อีก 10 ปี รัฐบาลไม่สมควรผูกมัดประเทศด้วยการยกผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนแบบนี้ โดยไม่ให้มีโอกาสในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในอนาคต
ก่อนจะเรียกร้องให้ประชาชนเสียสละ ขอให้รัฐบาลทำงานให้เข้าตาประชาชนเสียก่อนเถิดว่ารัฐบาลบริหารบ้านเมืองเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ใช่มุ่งรักษาประโยชน์แต่กลุ่มทุนผูกขาด และประวิงเวลาไม่ทำในสิ่งที่ประเทศและประชาชนได้ประโยชน์

