หน้าแรก การเมือง อดีตแกนนำพิรา...

อดีตแกนนำพิราบขาว ยื่นหลักฐานเพิ่ม ‘ทักษิณ’ ครอบงำพท. ชี้ปราศรัยอุดรฯหลักฐานชั้นดี

18.11.24 | 13:01 น.

นักร้องอีกราย! อดีตพิราบขาว 2006 ยื่นเพิ่ม กกต.สอบ ‘ทักษิณ’ ครอบงำเพื่อไทย ชี้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงนายก อบจ.อุดรฯ เท่ากับสั่งการพรรค เป็นหลักฐานชั้นดีในการเอาผิด ยันคนไทยไม่ได้กินหญ้า ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นพรรคนายใหญ่ เดือด ‘แม้ว’ ด่าเป็นหมา หมิ่นหยาบด้อยค่าคนไทย

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ กกต.ในกรณีคำร้องยุบ 6 พรรคการเมือง โดยนายนพรุจกล่าวว่า วันนี้มายื่นเพิ่มเติมกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีที่วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2567 และได้มีการให้สัมภาษณ์ว่าจะลงพื้นที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี (อบจ.อุดรธานี) ซึ่งวันที่ได้มีการทอดกฐินก็ไม่ได้มีการคัดค้านจากฝั่งของพรรคเพื่อไทยว่าจะไม่ให้นายทักษิณ ผู้ต้องหาคดีทุจริตไปร่วมเป็นผู้ช่วยหาเสียงด้วย นั่นแสดงว่าพรรคเพื่อไทยได้ปล่อยปละละเลยในการตรวจสอบตำแหน่งต่างๆ

นายนพรุจกล่าวว่า ต่อมาเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2567 ที่ จ.อุดรธานี นายทักษิณก็ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียง แต่ต้องอย่าลืมว่าทั้งผู้ช่วยหาเสียงและผู้สมัครนายก อบจ.เป็นไปตามมติของพรรคส่ง และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ที่มีผลบังคับใช้ได้จริง ซึ่งพรรคต้องคัดและพิจารณาอย่างรอบคอบในการส่งผู้สมัครและตำแหน่งในทางการเมืองต่างๆ แต่จากคำสัมภาษณ์ของ นายสรวงศ์ เทียนทอง และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคต่างๆ เห็นดีเห็นงามกับกรณีนี้

นายนพรุจกล่าวอีกว่า คำปราศรัยของนายทักษิณเมื่อวันที่ 13-14 พ.ย.มีพฤติกรรมที่เห็นชัดเจนว่าเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งมีคณะกรรมการบริหารพรรคมานั่งเป็นวอลเปเปอร์ในการปราศรัย แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ อีกทั้งวันนั้นนายทักษิณมีการพูดถึงนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงขั้นต่ำ 700 บาท ซึ่งยังไม่เคยปรากฏในการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยเลย และมีการพูดว่าจะสั่งการให้รัฐบาลทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งไม่ได้พูดถึงนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. และผู้สมัครนายก อบจ.ในวันนั้นก็เป็นการไปแค่ยืนโชว์ตัว ถ้อยคำของนายทักษิณเป็นการครอบงำผู้สมัครนายก อบจ.และเป็นการครอบงำมติพรรคด้วย การคิดนโยบายต่างๆ ที่ออกนอกกรอบไม่เกี่ยวกับการหาเสียงนายก อบจ. ดังนั้น การหาเสียงในวันดังกล่าวจึงถือเป็นเวทีในการหาเสียงของนายทักษิณ และส่อที่จะมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลในการกำหนดนโยบายต่างๆ และการขานรับของกรรมการบริหารพรรคเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ได้ขัดขวาง ดังนั้น วันนี้นายทักษิณถือเป็นสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย

Advertisement

“คนไทยไม่ได้กินหญ้า รู้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นของนายทักษิณและสามารถสั่งการได้ ไม่ได้เป็นการครอบงำ แต่เป็นการครอบครองพรรคเพื่อไทย มีอิทธิพลเหนือ น.ส.แพทองธารและกรรมการบริหารพรรคทุกคน ดังนั้น วันนี้ผมจึงมายื่นร้องเพิ่มเติมด้วยคลิปเสียงคำพูดในวันปราศรัยหาเสียง สิ่งที่ท่านพูดว่าหมาอยู่ส่วนหมา คนอยู่ส่วนคน เพิ่มเป็นบุคคลที่เหยียดหยามคนไทย ประเทศไทยเดิมเป็นประเทศที่ชื่อว่าสยาม ประเทศไทยแปลว่าสยาม สยามแปลว่าเสือหยามไม่ได้ ท่านเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่หยามคนไทยด้วยกัน ผมก็เป็นอดีตลูกน้องท่าน

การที่มาร้องเรียนมาจากท่านทำตัวเหนือกฎหมาย ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ท่านเคยศึกษาหลักเสรีภาพ ความเสมอภาคบ้างหรือไม่ ในเมื่อเราเกิดเป็นลูกหลานแผ่นดินสยามทุกคนคือเสือหยามกันไม่ได้ พรรคเพื่อไทยไม่ใช่เจ้าของแผ่นดิน ทำตัวเหนือกฎหมาย เหนือความถูกต้อง ถ้าไม่มีพฤติกรรมให้ร้องเรียนใครจะมาร้องได้ ไม่กลัวจะถูกฟ้องร้องกลับ เราทำสิ่งถูกแม้จะตายก็ยอม” นายนพรุจระบุ

นายนพรุจกล่าวว่า นายทักษิณครอบงำพรรคโดยสิ้นเชิง ทั้งตึกชินวัตร 3 เป็นธุรกิจของทักษิณ บ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นของทักษิณ อยู่ในเวลาพักโทษเป็นสถานกักกัน ท่านชี้นำ ครอบงำ สั่งการ รวมทั้งควบคุมกิจการทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย 100% หลักฐานทั้งหมดเป็นของท่านทั้งสิ้น ตนไม่ได้แต่งเติม ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐนิติธรรม จะมาบอกว่านายทักษิณคือนิติรัฐนิติธรรมไม่ได้ ถ้าคิดว่าตนก้าวก่าย ร้องมั่วซั่วเป็นหมาก็ฟ้องเลยจะได้สู้กันในศาล คนไทยจะได้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด