อ.จุฬาฯ ชี้ ความมั่นคงชายแดนเริ่มซับซ้อน วิเคราะห์ลึกสายเครือข่าย จีนเทา-กาสิโน
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ห้องวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หลักสูตรอาณาบริเวณศึกษา สาขาวิชาเอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ร่วมกับสมาคมภูมิภาคศึกษา และกรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย จัดโครงการเสวนา ‘ผ่าภูมิทัศน์การเมืองความมั่นคง บนแนวชายแดนไทย-เพื่อนบ้าน’
บรรยากาศเวลา 14.00 น. ผศ.ดร.ภาสพงศ์ ศรีพิจารณ์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มธ. กล่าวต้อนรับ ก่อนเข้าสู่ช่วงเสวนา โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ พลโทณัฐพงษ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวในหัวข้อ ‘การบริหารจัดการชายแดน ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน’, รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา กล่าวในหัวข้อ ‘สงครามกลางเมืองเมียนมา กับแนวทางแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนไทย’ และ อ.อดิศร เสมแย้ม ผู้อำนวยการศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ ‘โครงสร้างอำนาจในลาวและลุ่มน้ำโขง กับการจัดการความมั่นคงชายแดน’
ในตอนหนึ่ง อ.อดิศรกล่าวว่า จากหลายงานศึกษา เราพบว่า มีเรื่องครอบครัวและเครือญาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนได้ศึกษาและทำสมการบางอย่าง พบว่ามันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ซึ่งคล้ายคลึงกัมพูชาค่อนข้างมาก ในลักษณะโครงสร้างการเมือง ที่เกี่ยวพันกับครอบครัวและเครือญาติ มีการตอบแทนให้กับลูกหลานเจ้านายเก่า หรือผู้มีพระคุณของตัวเอง


เมื่อลาวเปลี่ยนแปลงเป็น ‘สังคมนิยม’ โดยพรรคประชาชนปฏิวัติ โครงสร้างมีลักษณะเป็นพีรามิด บริหารโดยพรรคคุมหมด คุมทั้งรัฐบาล นิติบัญญัติ ตุลาการ ซึ่งจะเห็นได้ว่า รัฐบาลจึงกลายเป็นเพียงกลไกบริหารของพรรค การตัดสินใจต่างๆ จะมาจากพรรค ดังนั้นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ข้าราชการทุกกระทรวง ถ้าคุณอยากจะก้าวหน้าจะต้องเป็นสมาชิกพรรค ไม่อย่างนั้นไม่มีทางก้าวหน้า
เราพบว่า ‘การผูกขาดอำนาจของลาว’ มีความสัมพันธ์ในลักษณะอุปถัมภ์ ดังนั้น การแต่งตั้ง เลื่อนลำดับชั้นของคนในรัฐบาล แต่งตั้ง พิจารณาว่า เป็นบุตรหลานของผู้บริหารพรรคในอดีตหรือไม่ ไม่ได้ดูว่าคุณเก่งไหม ดูว่าเป็นลูกหลานหรือเปล่า กลไกเช่นนี้ออกแบบมาเพื่อรักษาฐานอำนาจ และการดำรงอยู่ของพรรคคอมมิวนิสต์ลาว ซึ่งการจะอยู่ได้ยืนยาว มีคำตอบอยู่ใต้สมการนี้ แต่ก็ต้องดู จีนและเวียดนามด้วย ที่อาจจะไม่อยากให้ลาว เปลี่ยนเป็นประชาธิปไตย เพราะอาจจะกระทบทางการเมือง
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่า มีบุตรหลาน ดำรงตำแหน่งประมาณ 13 ตระกูล ประจำตำแหน่งสำคัญในพรรค รัฐมนตรี และเจ้าแขวง (ผู้ว่าราชการจังหวัด) ซึ่งเจ้าแขวงค่อนข้างใหญ่กว่า มีความเบ็ดเสร็จ โดยบางแขวง ’เจ้าแขวง‘ ใหญ่กว่า ‘รัฐมนตรี’ มีค่านิยมเรื่องความกตัญญู บางคนขี้นมาเป็นนายกฯ ประเทศ ก็จะตอบแทนให้ลูกหลานของผู้นำเก่า ที่เคยเป็นเจ้านาย หรืออุปถัมภ์เขา มันมีเรื่องความกตัญญูอยู่ในหมู่ผู้นำรุ่นใหม่
ซึ่งลาวสมัยหลัง เปลี่ยนแปลงการปกครอง มี 3 คนที่ใหญ่ คือ 1.ไกสอน พมวิหาน 2.หนูฮัก พูนสะหวัน และ 3.คำไต สีพันดอน ซึ่งยังไม่ตาย ลูกหลานของทาง ไกสอนและคำไต มีการแข่งขันทางการเมือง
“อย่างตระกูลพมวิหาน ‘ไกสอน’ มีลูก 4 คน หนึ่งในนั้นคือ ‘สันยาฮัก’ เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เลือดออกตายแบบมีปริศนา ลูกอีกคนคือ ‘ไชสมพอน’ ที่เป็นแคนดิเดตจะขึ้นมาเป็นเจ้าแขวงเมืองเขต ปัจจุบันเป็นประธานสภาแห่งชาติของลาว และอีกคนคือ ‘สันติพาบ’ ก็เป็นเจ้าแขวง จะเห็นว่าเป็นลูกหลานของ ตระกูลพมวิหาน ที่แข่งกันลูกหลานของตระกูลสีพันดอน


ปรากฏว่า ‘สอนไซ’ ลูกของ คำไต สีพันดอน กลับมีฟาสต์แท็ก กระโดดขึ้นมาจากเจ้าแขวงจำปาสัก มาเป็นรองนายกฯ และเป็นนายกฯ เมื่อ 1-2 ปีมานี้ จะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกับ ฮุน มาเนต กับสมเด็จฮุน เซน”
อ.อดิศรกล่าวด้วยว่า ในปีกของ ‘พมวิหาน’ นั้น พัง จบลงไป เพราะ ‘ดวงใจ พิจิด’ อยู่ดีๆ ก็เครื่องบินตกตายซึ่งเราเห็นด้วยว่า ตระกูลสำคัญๆ นั้นมีความสัมพันธ์กับจีนมาก โดยเฉพาะกับ สี จิ้นผิง เพราะเคยไปเรียน และอยู่ในความดูแลของจีนช่วงหนึ่ง เรียกว่าเป็นพวกมืออาชีพ
สำหรับ ตระกูลสุพานุวงศ์ อาจจะมีส่วนร่วมในการสร้างลาว ตระกูลที่พัง เพราะไม่ได้รับการโปรโมท เพิ่งได้สร้างอนุสาวรีย์ไม่กี่ปีมานี้เอง ลูกหลานได้เป็นเป็นรองรัฐมนตรี เพราะมีลูกชื่อ คำไซ มีประวัติฉ้อโกงเรื่องเงิน หนีไปยุโรป พรรคก็เลยไม่ไว้วางใจ จนกลายเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ รวมถึงความสัมพันธ์ก็ยังมีลักษณะคล้ายๆ กัมพูชา ในเรื่องการ ‘ดอง’ หรือ การแต่งงานของลูกนักการเมือง จึงมีความสัมพันธ์กันค่อนข้างมาก
“ทำไมเขาถึงแต่งตั้งให้ลูกหลานผู้นำเป็นผู้ปกครอง เพราะเป็นความเชื่อว่า ลูกหลานของผู้นำเท่านั้น ที่รักษา พรรคคอมมิวนิสต์ของลาวเอาไว้ได้ ซึ่งระบบพรรคคอมมิวนิสต์ของลาว กับเวียดนามต่างกัน ลาวคล้ายกัมพูชามากกว่า และคล้ายอย่างมาก
ปัญหาคือ มีการต่อรองกัน เวลาจะเอาคนลงจากเก้าอี้ ผู้ใหญ่อยู่มานานมาก ต้องต่อรองว่าถ้าผมจะลง แลกกับให้บุตรหลานของตัวเองขึ้นสู่ตำแหน่ง จะเห็นเคสแบบนี้ค่อนข้างมาก แม้ผู้นำเก่าจะลงจากเก้าอี้ จึงยังมีอิทธิพลอยู่ การเมืองลาวเรียกว่า ‘เรือนใหญ่ สายใต้’ ถ้าผู้อาวุโสนั้นตาย จะสามารถคุมการเมืองได้หรือไม่ การสืบทอด ทางการเมือง ทำให้ความก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดูจากว่าเป็นลูกหลานไหม พรรคจึงมีลักษณะเป็นเครือข่าย ประณีประณอมไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และส่วนหนึ่งไปพัวพันกับธุรกิจ ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ในลาวเป็นรัฐวิสาหกิจ เขื่อน เหมืองแร่ เป็นต้น


โดยมีความสัมพันธ์ในลักษณะ crony capitalists (ทุนนิยมพวกพ้อง) ซึ่งร้อยละร้อย มาจากธุรกิจก่อสร้าง ไม่ว่าจะถนน เขื่อน ก้าวไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น โรงแรม ธนาคาร เป็นธุรกิจที่ต้วได้รับอนุญาตจากรัฐ เช่น คาสิโน ธนาคาร พบว่าส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการลาว ให้ความคุ้มครองคนกลุ่มนี้ เพราะมีสัมพันธ์กันทั้งในเชิงธุรกิจกับนักการเมือง หรือเป็นตัวแทนของนักการเมือง กุมอำนาจการเข้าถึงส่วนที่เป็ยผลประโยชน์ เช่น สัมปทานการสร้างเขื่อน ร้านค้าปลอดภาษี เป็นความสัมพันธ์ผ่านคนในครอบครัว พูดง่ายๆ วิ่งเต้นผ่านเครือญาติ คนกลุ่มนี้จึงกลายเป็นชนชั้นนำ elite ของลาว แม้ไม่มาก แต่กุมเศรษฐกิจของลาว”
“ถ้าคุณเคยข้ามจากหนองคาย ไปเวียงจันทน์ จะเห็นว่ามีบ่อนคาสิโน อยู่ตรงข้ามเลย ติดกับด่าน ตรงนี้มันก็มีเรื่องการขัดแย้งทางผลประโยชน์ ระหว่างนักลงทุนต่างประเทศ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของลาวก็เข้ามาคุม พูดง่ายๆ มีการปกป้องผลประโยชน์ โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่” อ.อดิศรกล่าว
อ.อดิศรกล่าวต่อว่า ความมั่นคงชายแดนลาว ไม่ได้มีแค่เรื่อง การจัดระเบียบเรือ เพราะลาวติดกับแม่น้ำโขง มีการห้ามเดินเรือตอนกลางคืน ฯลฯ ซึ่งมีด่านค่อนข้างเยอะมากและมีความซับซ้อนมากขึ้น
เมื่อก่อน ลาวกับเรามีปัญหาอย่างหนึ่งคือ ลาว หาว่าเราสนับสนุนกลุ่มคนไม่ดี หรือพวกที่ต่อต้านรัฐบาลลาว มีเรื่อง ‘ช่องเม็กวังเต่า’ ที่เราอาจจะดำเนินการบางอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การปล่อยนักโทษ ที่มีการโจมตีด้านศุลกากรของลาว พอพ้นโทษจากในไทย เราส่งนักโทษให้ไปทางด้านลาว ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ทำให้ลาวระแวง และทำให้เกิด ‘สมรภูมิบ้านร่มเกล้า’ มีเรื่องม้ง เข้ามา
ทั้งนี้ ก็มีม้งในไทยบางส่วน ไปอยู่ที่ถ้ำกระบอกส่วนหนึ่ง และตอนหลังมีปัญหา ‘กรณีห้วยน้ำขาว’ ที่ม้งทางลาวทะลักข้ามมามาก เพื่อที่จะคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจไปอเมริกา มีการต่อสู้ระหว่างม้งข้างใน ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวียดนาม เมื่อเรื่องไปถึงอเมริกา อเมริกาก็คว่ำบาตรลาว นโยบายยังแอนตี้ลาวอยู่ หลังมีการต่อสู้กันที่ห้วยน้ำขาว เราก็มีการจัดส่งม้งกลับคืนสู่ลาว
“ถ้าจะเปรียบเทียบความสัมพันธ์ทางการทหาร ระหว่างทหารไทยกับลาว อาจจะไม่เวิร์กเท่าไหร่ ระหว่างไทยกับ กัมพูชาและมาเลเซีย ที่ยังพอตีกอล์ฟกันได้ กับเมียนมาอาจจะลำบากหน่อย แต่กรณีนี้ (ห้วยน้ำขาว) ปรากฏว่าเราทำสำเร็จ เป็นครั้งแรกที่ลาวให้เหรียญชัย กับผู้นำทหารของไทย และทำให้ปัญหาชายแดนตรงนี้หายไป”
อ.อดิศรกล่าวต่อว่า แต่ปัญหาที่ยังมีอยู่คือ ‘การตามล่ากลุ่มต่อต้านรัฐบาลลาว’ จากการศึกษาเราพบว่าที่มีกลุ่มที่ต่อต้านข้ามมาไทยประมาณ 34 ราย ขณะเดียวกันในด้านความเปลี่ยนแปลง จะเห็นว่าภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics) เปลี่ยนไป รวมถึงมีความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขง เพิ่มมากขึ้น เรียกว่า many mekhong ไม่ได้มีเฉพาะจีนอย่างเดียว
จะเห็นว่า ‘จีน’ มีการแผ่ขยายทางเข้ามาในลาวค่อนข้างมาก ตั้งแต่การเดินเรือ การระเบิดเกาะแก่งที่มีการต่อต้าน ตอนหลังเป็นปัญหาที่ทำให้เส้นเขตแดนเปลี่ยนแปลงไป ลาวจึงหยุดเรื่องการระเบิดเกาะแก่งไป
อีกส่วนคือ ‘Belt and Road Initiative (BRI)’ ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่ของจีนในลาว ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องบีอาร์ไอ รถไฟ นิคมอุตสาหกรรม ถนน ไฮเวย์ เขื่อน ซี่งในส่วนของเขื่อนทำให้จีโอโพล์ติกเปลี่ยนไป เพราะกระทบกับเวียดนาม น้ำเค็มเข้ามาในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ซึ่งมีจีดีพี 1 ใน 3 ของเวียดนาม ทำให้ความที่เคยเป็นทหารร่วมรบระหว่าง กัมพูชา ลาว เวียดนาม เกิดการกระทบกระทั่งกัน
“ก็เป็นสิ่งที่จีนวางกลยุทธ์ไว้ เป็นผู้เล่นหลัก รวมถึงเรื่อง ‘จีนเทา, บ่อนคาสิโน’ ที่เข้ามาตั้งเยอะมาก เช่น ที่บ่อแก้ว ในลาว ปัญหาคือไม่ได้มีแค่คาสิโน แต่มีเรื่องสแกม ด้วย ซึ่งย้ายมาจากฟิลิปปินส์ ที่สำคัญอีกอย่างคือ ‘การค้ามนุษย์’ ซึ่งมีหลายชาติมาก เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ที่ถูกพามาทำงานอยู่บริเวณนี้ มีเรื่องความสัมพันธ์ทางอาชญากรรม ไซเบอร์ การฟอกเงิน เป็นปัญหาความมั่นคงทางด้านชายแดนรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย
สุดท้าย ‘มิติความมั่นคง’ การใช้กำลังเปลี่ยนไป ปัญหาทางชายแดน ‘ด้านมลพิษ’ มีเรื่องภาษีคาร์บอนที่บริษัทถูกกดดัน อีกปัญหาคือ ‘การดูดทรายแม่น้ำโขง’ ซึ่งนอกจากทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำ ยังทำให้เกิดการกระทบกระทั่งในพื้นที่ได้ จนอาจจะลุกลาม บานปลาย ทางน้ำเรายังจัดการไม่เสร็จ ความมั่นคงด้านชายแดนไทย-ลาว จึงมีความซับซ้อนมากขึ้น” อ.อดิศรกล่าว

