ทักษิณ คุยสื่อนอก แนะรบ.ออกมาตรการจูงใจ ช่วยภาคเอกชนลงทุนในสหรัฐ ชี้การคัมแบ็กของทรัมป์ ย่อมส่งผลกระทบต่อศก. ปัดชี้แนะอุ๊งอิ๊ง แย้มยิ่งลักษณ์อาจได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์
นิตยสาร Nikkei Asia รายงานเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Nikkei Asia ในระหว่างลงพื้นที่ในจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ในหลายเรื่องรวมถึงเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการจูงใจเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจท้องถิ่นลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐนั้น ย่อมจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการค้าของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในการให้สัมภาษณ์สื่อใหญ่เป็นครั้งแรก นับจากกลับสู่ประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา นายทักษิณกล่าวว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก รวมถึงบรรยากาศตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีน สองชาติมหาอำนาจ จะเป็นลมส่งสำหรับเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความเป็นกลาง อย่างไรก็ดี นายทักษิณได้แสดงความกังวลว่าหากการเกินดุลการค้าของไทยมีมากเกินไป ก็อาจจะกลายเป็นเป้าหมายการตอบโต้ของอเมริกาได้
ต่อท่าทีของนายทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ให้คำมั่นว่าจะขึ้นภาษีเพื่อปรับปรุงดุลการค้าของประเทศ นายทักษิณกล่าวว่า ผลกระทบจากการกลับคืนสู่อำนาจของทรัมป์ก็จะมีผลถึงประเทศไทยด้วยอย่างแน่นอน มาตรการต่างๆ เพื่อที่จะกระตุ้นส่งเสริมภาคเอกชนไทยที่จะไปลงทุนในประเทศสหรัฐ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะบรรเทาแรงกดดันจากอเมริกาที่คาดว่าจะมีขึ้นได้ในไม่กี่ปีข้างหน้า

Nikkei Asia รายงานว่า นายทักษิณ ผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทยและเป็นบิดาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการที่ไทยได้ยื่นเสนอขอเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม BRICS เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของการทูตไทย และตนหวังว่าไทยจะได้รับการลงทุนมากขึ้นโดยผ่านการทูตแบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความสมดุล
ต่อกรณีที่มีผู้สังเกตการณ์บางคนกล่าวว่าไทยติดกับดักผู้มีรายได้ปานกลาง โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันอย่าง อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งนายทักษิณชี้ว่า เสถียรภาพทางการเมืองและการเติบโตที่สูงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศในการจะหลีกหนีสถานการณ์ในปัจจุบัน อีกทั้งยังกล่าวเน้นว่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับไทยที่จะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วในบรรยากาศที่ยังไร้เสถียรทางการเมืองอย่างในปัจจุบัน ซึ่งความไม่สงบทางการเมืองได้ทำให้ความรู้สึกเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคธุรกิจลดลง
เมื่อกล่าวถึงความเป็นผู้นำของ น.ส.แพทองธาร ผู้เป็นบุตรสาว นายทักษิณกล่าวว่า เธอประสบความสำเร็จในการนำประสบการณ์ของตนในฐานะนักการเมืองกับความคิดของคนหนุ่มสาวมาผสมผสานกันได้อย่างดี ซึ่งตนเคารพในตัวลูกสาว นายทักษิณยังปฏิเสธด้วยว่าไม่ได้ชี้แนะนโยบายใดเป็นการเฉพาะแก่ลูกสาว

นายทักษิณ ยังกล่าวถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นน้องสาวซึ่งถูกทำรัฐประหารและขณะนี้ยังคงลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศว่า ตนพยายามทำให้แน่ใจว่ายิ่งลักษณ์จะได้กลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า และว่า ตนไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรที่จะขัดขวางเธอไม่ให้ได้กลับบ้าน ตนคิดว่าเธออาจจะได้กลับบ้านก่อนหน้านั้นเล็กน้อยขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส (ที่เหมาะสม)
นายทักษิณกล่าวถึงการที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลให้น.ส.แพทองธาร ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนว่า คำสั่งถอดถอนนายเศรษฐาเป็นสิ่งที่ตนไม่คาดคิด และกล่าวว่า ลูกสาวให้ความใส่ใจอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่ประสบชะตากรรมแบบเดียวกัน
นอกจากนี้ นายทักษิณยังแสดงความกังวลที่อำนาจทางกฎหมายถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนายทักษิณเองต้องเผชิญกับคดีความทางกฎหมายจากการแสดงความคิดเห็นกับสื่อต่างประเทศ โดยในระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Nikkei นายทักษิณปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ เหล่านั้นว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีมูลโดยสิ้นเชิง ทั้งยังแสดงความเชื่อมั่นด้วยว่าเขาจะไม่ถูกตัดสินว่ากระทำผิด

