‘วิทยา’ หนุน ปรับเกณฑ์ประชามติ แก้รธน. ลดเพดาน ‘สว.’ ชี้หากใช้ตาม ‘พท.-ปชน.’ ให้ยึดเสียงข้างมาก

20.11.24 | 10:48 น.

‘วิทยา’ หนุน ปรับเกณฑ์ประชามติแก้รธน. ลดเพดาน ‘ส.ว.’ ชี้หากใช้ตาม ‘พท.-ปชน.’ ให้ยึดเสียงข้างมาก หากคนมาใช้สิทธิ 5 ล้าน ก็ไม่ใช่ประชามติ แนะ นักการเมืองอยากแก้รธน. ให้ยื่นแก้รายมาตรา

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุม กมธ. เพื่อลงมติในความเห็นต่างระหว่าง ส.ส.และ ส.ว. ต่อหลักเกณฑ์การผ่านประชามติ ว่า ตนสนับสนุนในแนวทางที่ต้องกำหนดเกณฑ์ให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ ส่วนเสียงเห็นชอบเรื่องที่ทำประชามตินั้นให้ถือเสียงข้างมาก ซึ่งเป็นแนวทางที่ลดเพดานหลักเกณฑ์ที่ ส.ว.เสนอ กำหนดให้ต้องมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ และเสียงผ่านประชามติต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ ขณะเดียวกันคือ เพิ่มเพดานจากหลักเกณฑ์ที่ ส.ส.เสนอที่ระบุให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง

“ผมมองว่าการทำประชามติเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นนต้องมีประชาชนออกมาใช้สิทธิระดับพอสมควร โดยตามหลักการสากลคือต้องได้ครึ่งหนึ่ง เช่น มีผู้มีสิทธิ 42 ล้านคน ต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิ 21 ล้านคน ส่วนเสียงที่จะผ่านประชามติ ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นฝ่ายชนะ หากเห็นชอบชนะให้แก้ ก็แก้ หากไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องแก้ ดังนั้นหากใช้แบบพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนที่เสนอบอกว่าจะออกมาใช้สิทธิเท่าไรไม่เกี่ยว ยึดเสียงข้างมากก็เกินไป เช่น มีคนมีสิทธิประชามติ 60 ล้านคน แต่มีคนออกมา 5 ล้านคน แบบนี้ไม่ใช่ประชามติ” นายวิทยากล่าว

นายวิทยากล่าวต่อว่า ในการพิจารณาของ กมธ.ร่วมนั้น โดยปกติสามารถแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากเนื้อหาที่เขียนไว้ในร่างกฎหมายได้ อย่างไรก็ตามหากยังเห็นไม่ตรงกัน ต้องใช้มติเพื่อตัดสิน เพื่อหาผู้ชนะ ทั้งนี้ ตนมองว่าในประเด็นดังกล่าวสามารถขยับ หรือประนีประนอมกันได้

เมื่อถามว่าการแก้ไขกฎหมายประชามติที่เห็นต่างอาจทำให้ยืดกรอบการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายวิทยากล่าวว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องด่วน ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่มีประชาชนเรียกร้อง มีแต่พรรคการเมืองที่เสนอกันเอง ขณะเดียวกันนักการเมืองไม่เคยบอกว่าจะแก้ไขเรื่องอะไร มีแค่บอกว่าต้องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ไม่เอารัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการ

Advertisement

“กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต้องเดินไปตามกระบวนการ และทำตามระบบประชามติ ส่วนจะประชามติกี่รอบ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน แม้จะได้ ส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญ อาจจะแก้ได้บางส่วน อีก 90% อาจเป็นของเดิม ดังนั้นหากเขาอยากแก้ไขจริง ควรเสนอมาทีละเรื่อง ผมเชื่อว่าหากเสนอแก้ทีละเรื่องได้ คงเสร็จไปแล้ว ดังนั้นหากจะเอาทั้งชามทีเดียว ยกซดอาจลวกคอได้ หากจิบทีละคำ ก็สามารถกินได้ ดังนั้นอยู่ที่หลักคิดว่า ต้องการแค่คำว่ารัฐธรรมนูญประชาธิปไตย มาแทนที่รัฐธรรมนูญฉบับประยุทธ์เท่านั้น” นายวิทยากล่าว