หน้าแรก การเมือง ผบ.ทร.ย้ำความ...

ผบ.ทร.ย้ำความจำเป็น จัดหาเรือฟริเกต 2 ลำ งบปี’69 เตรียม 2 แผนรับมือ ไม่ทิ้งเรือดำน้ำ

20.11.24 | 13:22 น.

ผบ.ทร.ดันฟริเกต 2 ลำ งบปี’69 เล็งใช้อู่ในประเทศต่อเรือ เตรียม 2 แผนรับมือ ‘กลาโหม’ ชง ครม.อนุมัติแก้สัญญา ‘เรือดำน้ำ’ ยันไม่กดดัน รมว.กลาโหม เข้าใจต้องใช้เวลาดูเอกสาร สัญญาณดี ‘ภูมิธรรม’ ยิ้ม

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (ผบ.ทบ) พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาหน่วยว่าในวาระที่ ทร.ครบรอบ 118 ปี ดำเนินการให้เป็นไปตามที่ให้นโยบายไว้ 5 ด้าน เพื่อให้ภารกิจเหล่านี้สำเร็จได้โดยมีความปลอดภัยของกำลังพล และเครื่องมือ รวมถึงยานรบ โดยให้ปีหน้าเป็นปี Safety Navy 2025 เน้นเรื่องการทบทวนองค์ความรู้ของแต่ละหน้าที่ และตอนนี้ช่วงระหว่างการฝึกทบทวนของหน่วยทางบก จนระดับกองเรือ เพื่อให้เกิดความพร้อม ของหน่วยกำลังรบหลักหลักของเรา

พล.ร.อ.จิรพลกล่าวอีกว่า สำหรับเรือที่ประจำการอยู่ ต้องยอมรับว่าเรือขนาดใหญ่มีอายุค่อนข้างเยอะ หน่วยที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงต้องมาดูอุปกรณ์ เครื่องมือ ความพร้อมของเรือให้มีความพร้อม ในส่วนของเรือตรวจการณ์ระยะไกล และตรวจทานใกล้ฝั่งลงมาค่อนข้างใหม่ ซึ่งตรงนี้ไม่น่าห่วง เพราะกำลังพลก็มีความพร้อมในการ

ผบ.ทร.ยังย้ำการเดินหน้า โครงการจัดหาเรือฟริเกต 2 ลำ ในงบประมาณปี 2569 ว่า เป็นความจำเป็นที่เราต้องจัดหา ได้ให้ทีมงานไปทบทวนกำลังรบของกองทัพเรือทั้งหมด ปัจจุบันเรามีเรือฟริเกตหลักๆ และสมรรถนะเทียบเท่ารวม 4 ลำ ซึ่งมี เรือหลวงภูมิพล ลำเดียวที่อายุน้อยกว่า 10 ปี กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นต้องจัดหาเพิ่มเติม เพื่อให้มีกำลังรบพอเพียงในอนาคตข้างหน้า แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เราจะได้รับด้วย เพราะราคาค่อนข้างสูง จึงต้องค่อยๆ ทยอย โดยทยอยจัดซื้อ คาดว่าในระยะที่ 1 จะจัดหาครั้งละ 2 หรือ 3 ลำ และพักไปอีกสักระยะหนึ่งค่อยจัดหาเพิ่มเติมใหม่อีก 2-3 ลำ ทั้งนี้ การจะซื้อ 2-3 ลำก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณปี 2569 ว่าจะได้รับการจัดสรรงบเสริมสร้างกำลังรบเท่าไหร่ รวมถึงกรณีที่ต้องดูว่าจะมีเรือดำน้ำอยู่ด้วยหรือไม่

Advertisement

“ตอนนี้ก็แกว่งกันอยู่นิดนึงว่าเรือดำน้ำจะเดินหรือไม่เดิน แต่เรื่องเรือฟริเกตก็ต้องบอกกับรัฐบาลว่าเรามีความจำเป็นต้องจัดหา” ผบ.ทร.กล่าว

เมื่อถามว่าถ้า ครม.ยังไม่อนุมัติแก้ไขสัญญาเรื่องเครื่องยนต์ จะตั้งงบเรือดำน้ำทันในปีนี้หรือไม่ พล.ร.อ.จิรพลกล่าวว่า ตนเตรียมไว้ 2 แผน ได้แก่ แผนที่ 1 คือมีเรือฟริเกต 2 ลำแน่ๆ เป็นตัวยืนพื้นของงบปี 2569 ส่วนเรือดำน้ำจะได้หรือไม่ได้อยู่ที่ ครม. แผนที่ 2 คือในกรณีไม่ได้ ก็จะเสนอเรือฟริเกต 3 ลำ อย่างไรก็ตาม ถ้าได้เรือดำน้ำ ก็จะหยุดเรือฟริเกตไว้แค่ 2 ลำ

พล.ร.อ.จิรพลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การต้องจัดหาพร้อมกัน 2 ลำ ไม่ซื้อลำเดียวนั้น เพราะวิธีคิดของเราไม่ได้ซื้อจากต่างประเทศ ต้องการให้อู่ในประเทศมีส่วนร่วม ส่งเสริมแนวทางของรัฐบาลในการ ให้เงินหมุนเวียนในประเทศ ซึ่งก็ต้องดูความพร้อมของอู่ด้วยเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งการไปต่อลำเดียวราคาจะคุ้มหรือไม่ แต่เมื่อมีต่อ 2 ลำ การลงทุนในการเสริมสร้างความพร้อมของอู่ก็เฉลี่ยไป 2 ลำ ซึ่งมีความสมเหตุสมผล ที่สำคัญคืออยากให้ผู้ประกอบการในประเทศมีส่วนร่วม ซึ่งกองทัพเรือก็มีการต่อเรือในประเทศหลายลำมาแล้ว สำหรับเรือขนาดใหญ่ก็ต้องดูศักยภาพอู่ในประเทศของเราด้วย และรองรับได้ในสัดส่วนเท่าไหร่

ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการชี้นำให้ซื้อเรือฟริเกต 2 ลำจากจีน ผบ.ทร.กล่าวว่า ความต้องการของกองทัพเรือต้องการอย่างน้อย 2 ลำ ถ้าได้ 3 ลำก็จะดี แต่ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะเห็นใจแค่ไหน และมีกรอบงบประมาณเพียงพอหรือไม่

ถามต่อว่า จากการได้หารือกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีท่าทีอย่างไร พล.ร.อ.จิรพลกล่าวว่า “ท่านยิ้มเลยครับ ผมก็เข้าใจท่านว่าท่านต้องตรวจทุกอย่างและเอกสารเยอะ ต้องใช้เวลานิดนึง ผมไม่กดดันท่านครับ แต่ผมคิดว่าท่านทราบดีว่ากองทัพเรืออยู่ในสภาพไหน ถ้าท่านเข้าใจก็จะตัดสินเองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ”

สำหรับโครงการในการปรับปรุงเรือหลวงปัตตานีและเรือหลวงนราธิวาส รวมถึงระบบอำนวยการรบของเรือหลวงช้างนั้น พล.ร.อ.จิรพลกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยทั้ง 2 โครงการอยู่ในงบประมาณปี 2567 ตอนนี้เรื่องออกจากกองทัพเรือไปแล้ว อยู่ที่ผู้มีอำนาจลงนาม ถ้าไม่มีอะไรติดขัดก็คาดว่าจะลงนามได้ตามห้วงเวลาที่เหมาะสม