ยธ.แถลงโต้ กมธ.มั่นคงฯ ไม่มีอำนาจ เรียก ทวี-อธิบดีกรมคุก แจงกรณีทักษิณ อยู่ชั้น 14 

21.11.24 | 14:29 น.

ยธ.แถลงโต้ กมธ.มั่นคงฯ ไม่มีอำนาจ เรียก ทวี-อธิบดีกรมคุก แจงกรณีทักษิณ อยู่ชั้น 14 พร้อมส่งหนังสือถึงวันนอร์  

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวรชัย บุตรดาบุตร เลขานุการกรมราชทัณฑ์ นายณรงค์ หนูคง ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ และ น.ส.วริศรา กุญชร ณ อยุธยา ผอ.กองกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยว กับการชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กรณีการรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจ

นายสมบูรณ์กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมต้องการสื่อสารทำความเข้าใจ และมีหน้าที่รับผิดชอบให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีหนังสือเชิญให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณี นายทักษิณ ชินวัตร ถูกส่งรักษาอาการป่วยโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งอยู่ระหว่างต้องโทษ โดยที่ผ่านมา กมธ.ตำรวจ ได้มีหนังสือเรียก กรมราชทัณฑ์ ให้ส่งข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2566 โดยมี นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะไปชี้แจง ส่วนครั้งที่สอง กมธ.ตำรวจได้มีการนัดหมายให้ไปดูสถานที่จริงคือในโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีการตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริงแล้ว

นายสมบูรณ์กล่าวอีกว่า ต่อมา กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้มีหนังสือถึงกรมราชทัณฑ์และผู้เกี่ยวข้อง ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 โดยมี นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เดินทางไปชี้แจงแล้ว จากนั้น กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้มีหนังสือเชิญระบุ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไปชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้โดยเรื่องนี้กระทรวงยุติธรรมไม่มีความสบายใจ และอยากให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่เมื่อพิจารณาตามกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ และอำนาจหน้าที่ ข้อบังคับสภาผู้แทนฯ ระเบียบการประชุม เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจในการตรวจสอบของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ

นายสมบูรณ์กล่าวต่อว่า กรมราชทัณฑ์ พิจารณาสรุป มี 3 เรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ.ความมั่นคงฯ คือ 1.ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 129 วรรค 2 การสอบหาข้อเท็จจริงต้องเป็นเรื่องในอำนาจหน้าที่ระบุไว้ในการตั้ง กมธ.ของแต่ละชุด และหน้าที่ของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ชุดดังกล่าวมีหน้าที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ การค้าชายแดน จุดผ่านแดน และผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น จึงไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ

Advertisement

2.การดำเนินการตรวจสอบดังกล่าวเป็นการทำงานซับซ้อนกับ กมธ.ตำรวจ ที่มีการเชิญกรมราชทัณฑ์ไปชี้แจงแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 129 (2) กรณีดังกล่าวต้องให้มีคณะกรรมการร่วมกันดำเนินการเป็นเรื่องเดียวกัน และคณะทำงานเดียวกัน ซึ่งเป็นตามข้อบังคับ และระเบียบการประชุม

3.ปัจจุบันมีองค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ไต่สวนรวบรวมข้อเท็จจริง ขอเอกสารจากกรมราชทัณฑ์, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ทำความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งหน่วยงานองค์กรอิสระดำเนินการพิจารณาอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์ มีหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนฯ และ กมธ.ความมั่นคงฯ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ส่วนกำหนดประชุมวันที่ 22 พฤศจิกายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังมีความกังวลว่า กมธ.ความมั่นคงฯ ทำถูกต้องข้อบังคับหรือไม่ และยังไม่ให้คำตอบว่าจะเดินทางไปหรือไม่ รวมทั้ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ด้วย

ส่วนค่ารักษาของ นายทักษิณ ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 สูงถึงหลักล้านบาทนั้น นายสมบูรณ์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้เพราะได้รับมอบหมายเพียงการชี้แจงเรื่อง กมธ.ความมั่นคงฯ เท่านั้น นอกจากนี้ ทราบว่าตัวแทนทางโรงพยาบาลตำรวจมีรายชื่อเชิญไปเช่นกัน แต่ตนไม่ทราบรายละเอียด

เมื่อถามว่า ประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หากในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ไม่เข้าไปชี้แจง จะเป็นข้ออ้าง ในเรื่องข้อกฎหมาย เพื่อใช้ปกปิดในประเด็นใดหรือไม่ นายสมบูรณ์กล่าวว่า ปัจจุบัน ป.ป.ช.ได้มีการเรียกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปสอบถาม ซึ่งมีรายละเอียดยิบย่อยจำนวนมาก จึงไม่มีสิ่งใดที่เราจะปกปิดได้แน่นอน ถ้าเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของ กมธ.ก็ให้ยืนยันมาเลยว่าทำถูกต้องแล้ว และหากประธานรัฐสภาส่งคำตอบกำหนดให้เราเข้าไปชี้แจงต่อ กมธ.ความมั่นคงฯ เราก็พร้อมเข้าไปชี้แจง

เมื่อถามว่า ที่ไม่ไปชี้แจงเป็นเพราะมี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.หรือไม่ นายสมบูรณ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่ยอมรับว่า เมื่อมีหน่วยงานตรวจสอบ ก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำเป็นต้องมีการชี้แจงอยู่แล้ว ความกลัวมันขจัดหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าทบทวนและพบว่า ไม่ได้เป็นหน้าที่ตามกรอบกฎกรอบกฎหมาย หากเราไม่โต้แย้งมันจะถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องให้ประธานสภาเป็นคนชี้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะ กมธ.ชุดนี้หรือไม่