รุกหนัก! สปสช. ชวนคนไทยส่งไปรษณียบัตรถึงนายกฯ คืนความเป็นธรรม’นพ.วินัย’

สปสช. รุกหนัก ชวนจนท.และปชช.ทั่วไป ร่วมเขียน “ 1 คน 1 ไปรษณียบัตรถึงนายกฯ” ขอคืนความเป็นธรรม “นพ.วินัย” ลั่นไม่ได้กลับเหมือนตีตราบาป สปสช.ทุจริต

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มูลนิธิมิตรภาพบำบัด (กองทุนนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์) ร่วมกับ สปสช.จัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลและรำลึก 8 ปีการจากไปของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สปสช.คนแรกซึ่งได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2551 ซึ่ง นพ.สงวน นับเป็นผู้นำในการผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือที่รู้จักกันว่า 30 บาท รักษาทุกโรค หรือบัตรทอง ซึ่งก่อตั้งสำเร็จเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2545 หรือวันแรกที่ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย โดยก่อนหน้านี้ นพ.วินัย เป็นอีกผู้หนึ่งที่ถูกคำสั่งคสช. อาศัยอำนาจมาตรา 44 สั่งย้ายให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2558 เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และพบว่าอาจมีการใช้จ่ายไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยภายในงานบุคลากร สปสช. ได้มีการมอบดอกไม้ให้กำลังใจ นพ.วินัย และเชิญชวนให้เจ้าหน้าที่ สปสช. ทั้งส่วนกลางและสปสช.เขตต่างๆกว่า 800 คน และประชาชนร่วมกันเขียนไปรษณียบัตรถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมและเรียกร้องให้คืนตำแหน่งเลขาธิการให้ นพ.วินัย โดยชูการรณรงค์ “ “1 คน 1ไปรษณียบัตร” ถึงนายกรัฐมนตรี ขอ นพ.วินัย สวัสดิวร คืนเลขาธิการ สปสช. ดังนี้

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา ผอ.สปสช.เขต 9 นครราชสีมา กล่าวว่า การรณรงค์ 1 คน 1 ไปรษณียบัตร ถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเป็นธรรมให้เลขาธิการ สปสช.นั้น ไม่ใช่การเรียกร้องในเรื่องของบุคคล แต่การคืนตำแหน่งเลขาธิการ สปสช.ให้ นพ.วินัย เป็นเรื่องที่ส่งผลถึง สปสช.ในฐานะองค์กร หากยังไม่มีการคืนตำแหน่งให้ นพ.วินัย ก็เท่ากับเป็นตราบาปให้กับ สปสช.ว่าทุจริต ทั้งที่ผลการตรวจสอบทุกอย่างที่ออกมาและได้ปรากฎต่อสังคมนั้น ไม่ใช่ประเด็นการทุจริต แต่เป็นเรื่องการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งประเด็นนี้ยังเกี่ยวพันเกี่ยวกับเรื่องการตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วย อย่างที่เห็นว่าคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้อุทธรณ์ผลการตีความเพราะส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยบริการอย่างมาก จนไม่สามารถทำงานบริการประชาชนได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพได้

Advertisement

“ผลการดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพของไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก แต่ภายในประเทศกลับมีแต่กระแสข่าวที่บ่อนทำลายระบบนี้ และหากยังไม่คืนตำแหน่งเลขาธิการ ก็เท่ากับว่า สปสช.ถูกมองในภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เป็นตราบาปทั้งที่เป็นหน่วยงานที่เป็นพื้นที่ดูงานของหลายประเทศ และยังมีความร่วมมือกับหลายประเทศในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพระหว่างประเทศร่วมกัน การคืนตำแหน่งจะกู้ภาพลักษณ์ที่ดีของระบบคืนมาได้” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image