“ชูศักดิ์”งัดม.137พลิกเกมสู้”พ.ร.บ.ประชามติ”เข้าข่าย”กม.การเงิน” เร่งจบภายใน10วัน-ไม่ต้องรอ180วัน
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติ มีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมติวุฒิสภาว่า มตินี้จะทำให้ไม่มีทางที่ 3 หมายความว่าเอาตามวุฒิสภาเลย เสียงข้างน้อยเอาตามส.ส.ใช้เสียงข้างมากทำประชามติเพียง 1 ชั้น ทั้งหมดนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และนำสู่ที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาจะมีมติอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ด้วยแนวโน้มคงเห็นตามกมธ.ร่วมฯ สำหรับที่ประชุมสภาฯ ของเดิมเคยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว ไม่มีการคัดค้านอะไรเลย คาดว่าสภาผู้แทนราษฎรคงจะยืนตามความเห็นเดิม แปลว่าไม่เห็นด้วยกับมติกมธ.ร่วม ให้ใช้มติของสภาผู้แทนราษฏร อันนี้ตามรัฐธรรมนูญคือ กฎหมายนี้ต้องถูกยับยั้งไว้ ต้องรอ 180 วัน แล้วหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้กฎหมายระบุว่าถ้าครบ 180 วันแล้ว หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ ถ้าสมมติว่าสภาผู้แทนราษฎร ยืนตามความเห็นเดิมเสียงข้างมากชั้นเดียว ก็แปลว่าเห็นชอบตามสภาผู้แทนราษฎรที่เคยมีมติไว้แต่เดิม รัฐธรรมนูญให้ถือเอามติของสภาฯเป็นหลัก ถ้าเป็นเช่นนี้หมายความว่า สามารถนำเอาร่างนี้ที่สภาฯ เคยมีมติไว้แล้วนำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยได้เลยเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย
เมื่อถามว่า หากต้องรอ 180 วัน ท้ายที่สุดจะสามารถทำรัฐธรรมนูญใหม่ทันหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าทำประชามติ 3 ครั้ง ไม่ทันแน่นอน ขณะนี้รัฐบาลเหลือเวลาอยู่ 2 ปีเศษๆ คงไม่ทัน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่า หากมีการย่นย่อ การทำประชามติเหลือ 2 ครั้งอาจจะทัน ทั้งนี้เรื่องการทำประชามติ 2 ครั้ง ความเห็นของสภาฯและพรรคการเมืองทั้งหลายยังไม่ลงตัวนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นของสภาฯที่เห็นว่าจะต้องมีการทำประชามติครั้งแรกโดยที่ยังไม่มีร่างพ.ร.บ.ประชามติที่มีการแก้ไขแล้ว ความหมายว่าเป็นการทำประชามติ 3 ครั้ง ตนและทีมงานจึงขอพูดคุยเรื่องนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งพรรคการเมืองและฝ่ายสภาฯ พูดง่าย ๆ ว่าถ้าทำ 2 ครั้งได้ อาจจะทัน
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หากใครได้ดูรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดจะพบว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 137 วรรคท้าย ระบุว่าหากเป็นกฎหมายการเงิน ระยะเวลา 180 วัน ให้ลดลงเหลือ 10 วัน ตนมองว่ากฎหมายประชามติก็เป็นกฎหมายการเงิน เพราะต้องใช้งบประมาณในการทำประชามติ ตรงนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ฝากไว้ให้คิดกัน พวกเราจะนำเรื่องนี้มาคิดด้วยและนำเสนอคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่า ไม่จำเป็นต้องรอ 180 วัน เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ท้ายที่สุดก็ต้องเข้าไปวิปรัฐบาล ซึ่งจะหารือโดยเร็วจะคุยกับนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลว่ามีประเด็นข้อกฎหมายตรงนี้ด้วย

