คลังจี้ กลุ่มเปราะบาง ตกค้าง อดได้ เงิน1หมื่น ไม่ผูกพร้อมเพย์ก่อน16ธ.ค. สรวงศ์บุกจีนดึงเที่ยวไทย ‘พิชัย’นัดถกบิ๊กธุรกิจมะกัน ต่อยอดพันธมิตร’การค้า’
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาพรวมการโอนเงิน 10,000 บาทของโครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟสแรก ในรอบจ่ายซ้ำ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยโอนไปแล้วทั้งสิ้น 7.39 หมื่นราย แบ่งเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.95 หมื่นราย และผู้พิการ 1.44 หมื่นราย ในจำนวนนี้โอนสำเร็จ 3.02 หมื่นราย และโอนไม่สำเร็จอีก 4.37 หมื่นรายแบ่งเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.94 หมื่นราย และผู้พิการอีก 4,300 ราย สาเหตุหลักของการโอนเงินไม่สำเร็จ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้มีสิทธิยังไม่ผูกบัญชีพร้อมเพย์ 4.01 หมื่นราย รองลงมา บัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิไม่มีความเคลื่อนไหว บัญชีธนาคารถูกปิดไปแล้ว ไม่มีบัญชีธนาคาร เลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง และบัญชีธนาคารติดเงื่อนไขอื่นๆ ตามลำดับ
“ขอย้ำให้ผู้มีสิทธิทั้งผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ส่วนผู้พิการนั้น หากบัตรประจำตัวผู้พิการหมดอายุ หรือสูญหาย ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ธันวาคม เพื่อให้ทันต่อรอบการจ่ายซ้ำครั้งที่ 3 ในวันที่ 19 ธันวาคม” นายจุลพันธ์กล่าวและว่า หากพ้นกำหนดการจ่ายซ้ำครั้งที่ 3 กรมบัญชีกลางโดยกระทรวงการคลังจะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มผู้มีสิทธิ และถือว่ากลุ่มผู้มีสิทธิไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการดังกล่าว
ขณะที่ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า วันที่ 25 พฤศจิกายน มีกำหนดพบทัพ นักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (USABC) กว่า 50 คน จากบริษัทชั้นนำของสหรัฐ อาทิ แอมะซอน, แอปเปิล, กูเกิล, Boeing, Citi, Mastercard และ Seagate ที่ พณ. เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนนโยบายของ พณ. ในการยกระดับเศรษฐกิจไทย พร้อมต่อยอดการเป็นพันธมิตรทางการค้ากับไทยในอนาคต
ที่นครเซี่ยงไฮ้ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมงาน China International Travel Mart (CITM) 2024 งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของจีน จัดวันที่ 22-24 พฤศจิกายน ที่ National Exhibition and Convention Center นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน นำผู้ประกอบการ และพันธมิตรทางการท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมงาน นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของไทย
รวมทั้งสร้างความมั่นใจ สร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัย และสาธารณสุขของไทย เพื่อรักษาฐาน และขยายตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มศักยภาพ ผลักดันรายได้ตลาดจีนสู่เป้าหมายตามที่กำหนดไว้ 7.3 ล้านคน พร้อมทั้งกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ในโอกาสที่ปี 2568 เป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน
“จากการรายงานทั้ง 5 สำนักงานในจีน ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเอง(เอฟไอที) ตัวเลขไม่ได้ตกลง แต่พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะกรุ๊ปทัวร์หายไป ซึ่งสำนักงาน ททท.ในจีนอยู่ระหว่างครีเอตอะไรใหม่ๆ ส่งเสริมให้จีนเลือกเดินทางท่องเที่ยวไทย อาทิ กิจกรรมเต้นรำ เพราะจีนชื่นชอบ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งปี 2568 วางเป้า 40 ล้านคน เป็นตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ 29 ล้านคน ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 11 ล้านคน จะพยายามให้ถึงเป้าหมาย หากไม่มีปัจจัยลบส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากปีหน้าประกาศเป็นไทยแลนด์ แกรนด์ สปอร์ต ทัวริซึม ทำให้อีเวนต์ต่างๆ ที่นายกฯ และกระทรวงนำเข้าไป ถือเป็นอีเวนต์ระดับโลกที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไทยมากขึ้น” นายสรวงศ์กล่าว

