เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 เฟซบุ๊ก Natee Ekwijit ของ นักร้องหนุ่ม อุ๋ย บุดด้าเบลส ได้มีการโพสต์ข้อความหลังจากที่ทราบข่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประกาศยุติค้นวัดพระธรรมกาย “จบภายในอาทิตย์นี้อย่างที่DSIบอกจริงๆด้วย ?” โดยแฟนเพจส่วนใหญ่มาแสดงความเห็นมองว่ากฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์
ขณะที่ นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Chuchart Srisaeng” โดยระบุข้อความว่า…”กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอไปดำเนินการจับพระไชยบูลย์ สุทธิผล ตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญา ทั้งยังมีอำนาจพิเศษตามคำสั่งของหัวหน้าคณะ คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2557 ให้บริเวณวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมที่เจ้าพนักงานสามารถป้องกันให้บุคคลเข้าออกพื้นที่ควบคุมและมีอำนาจกระทำการอื่นใดเพื่อจับพระไชยบูลย์ให้ได้
…..ตลอดเวลา 23 วัน ปรากฎว่าดีเอสไอไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามอำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมาย กลับปฏิบัติตามที่บุคคลที่อยู่ในบริเวณวัดพระธรรมกายต้องการ จะเข้าไปค้นในวัดหรืออาคารใดก็ต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น ถ้าบุคคลเหล่านั้นไม่ให้ความยินยอมดีเอสไอก็ไม่ได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมายเลย มีบุคคลจำนวนมากที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานซึ่งเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า เจ้าพนักงานสามารถจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ก็ไม่ได้จับเพื่อดำเนินคดีเลย จึงเป็นการปฏิบัติการที่อ่อนปวกเปียกอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปเช่นนั้นได้
…..ในที่สุดดีเอสไอก็ยุติการตรวจค้น โดยอ้างว่าพระไชยบูลย์มีหมายจับของศาลอาญา เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการจับกุมตามอำนาจหน้าที่ต่อไป จนกว่าคดีจะขาดอายุความ
…..สรุปได้ว่าการปฏิบัติการของดีเอสไอในครั้งนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ข้ออ้างที่ว่าพระไชยบูลย์มีหมายจับของศาลอาญา เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการจับกุมตามอำนาจหน้าที่ต่อไป จนกว่าคดีจะขาดอายุความ ถ้ามีความคิดเช่นนี้ดีเอสไอก็ไม่จำเป็นต้องไปดำเนินการให้เสียเวลาถึง 23 วัน เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยทั้งตำรวจและทหารต้องทนลำบากอดหลับอดนอนโดยไร้ประโยชน์และเสียเงินไปอีกมากมาย
…..ท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสมควรที่ต้องพิจารณาว่า การปฏิบัติงานที่ล้มเหลวดังกล่าวผู้ใดต้องรับผิดชอบและผู้ที่ต้องรับผิดชอบมีความรู้ความสามารถสมควรที่จะดำรงอยู่ในตำแหน่งอีกหรือไม่ครับ”
ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เคยออกมาแสดงความเห็น ไม่เห็นด้วยกับการใช้ ม.44 ปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เฟสบุ๊กไลฟ์ระบุว่า วันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยน หลังแต่ละฝ่ายต่างทำสงครามสนามเพลาะ ต่างคนต่างล้อมกันไว้ ซึ่งสิ่งที่รัฐพยายามทำคือทำให้ล้า หวังแยกคนให้ออกจากวัด และใช้ปฎิบัติการจิตวิทยาเพื่อกดดัน มีการแจ้งความพระและลูกศิษย์ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นคดีการเมือง ที่หวังเชือดไก่ให้ลิงดู ให้คนกลัว โดยเลือกที่จะไม่ใช้กำลังเพราะกลัวพลาด นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนบางส่วนที่ทำหน้าที่ในการนำเสนอข่าวสารสนับสนุนการปิดล้อมและจัดการกับวัดพระธรรมกายอย่างเข้มข้น โดยเบื้องหลังของการผลักดันให้จัดการกับธรรมกาย คือการมองว่าวัดดังกล่าวมีเบื้องหลังทางการเมือง ทั้งนี้ในส่วนวัดธรรมกาย ได้รับความเห็นใจในช่วงท้าย หลังถูกดำเนินการทางกฎหมายหนัก ขณะที่ต่างประเทศหลายส่วนก็สนับสนุน เพราะมองเรื่องการใช้ม.44 เข้าจัดการเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง โดยส่วนตัวมองว่าข้อกล่าวที่รัฐมีต่อธรรมกายค่อนข้างอ่อน แม้จะมีคดีมากกว่า 300 คดี แต่ถูกมองและทำให้คนรู้สึกว่ารัฐพยายามกลั่นแกล้ง เพราะเมื่อไม่มามอบตัว ก็กลับมีคดีตามหลังมาเรื่อยๆ รวมถึงท่าทีของพุทธะอิสระที่แข็งกร้าว ก็ทำให้คะแนนสงสารต่อวัดพระธรรมกาย เพิ่มมากขึ้น

