หน้าแรก การเมือง เพื่อไทยพร้อม...

เพื่อไทยพร้อมสู้ยุบพรรค ชูศักดิ์ มั่นใจ แจงกกต.ได้

25.11.24 | 06:07 น.

เพื่อไทยพร้อมสู้ยุบพรรค ชูศักดิ์ มั่นใจแจงกกต.ได้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องที่ยื่นขอให้สั่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย (พท.) เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองฯ ถือเป็นสัญญาณที่ดีทางการเมืองของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือไม่ ว่า เป็นสัญญาณที่ดี เพราะประเด็นล้มล้างการปกครองฯเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญถึงขั้นยุบพรรค การที่ศาลไม่รับคำร้องเป็นสัญญาณว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในบริบทของรัฐบาล ทำให้รัฐบาลสามารถทำงานได้แบบไม่ต้องกังวลอะไรในประเด็นเหล่านี้

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลมีความมั่นใจในการทำหน้าที่ต่อในอนาคต เชื่อว่าประเด็นล้มล้างไม่น่าจะมีอะไรแล้ว แต่ประเด็นอื่นที่มีการร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เช่น เรื่องการครอบงำพรรคนั้น มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล เตรียมตัวชี้แจงแล้วว่าเป็นอย่างไร คงชี้แจงแนวเดิมว่าการอ้างว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาสั่งการเรานั้น ชี้แจงได้ว่าไม่ใช่เรื่องการครอบงำ แต่เป็นการปรึกษาหารือให้คำแนะนำที่ทำได้ทั่วไปทางการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคยังมีอิสระในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เรื่องการสั่งการอะไรใดๆ ทั้งสิ้น พรรคยังมีอิสระ ขณะนี้ยังไม่ได้มีหนังสือมาให้ชี้แจงประเด็นอะไร แต่พรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมพร้อมเสมอและมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้

นายนพดล ปัทมะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.เดินหน้าสอบกรณีการครอบงำพรรค พท. โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.จะพิจารณาตามคำร้องที่ไปยื่นเรื่องไว้ แต่พรรคพท.มั่นใจชุดข้อมูลของเราว่าไม่มีพฤติกรรมให้คนนอกพรรคมาครอบงำ การดำเนินการอะไรต้องผ่านการตัดสินใจและ
มีมติของกรรมการบริหารพรรค รวมถึงเชื่อมั่นกกต.ในการรวมพยานหลักฐานและวินิจฉัยประเด็นต่างๆ ตามข้อเท็จจริง ไม่มีอะไรต้องกังวลไปก่อน

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าการออกมาแสดงความคิดเห็นของ กกต.มักเป็นไปในทางลบต่อพรรค พท. นายนพดล กล่าวว่า การจะไปสรุปเช่นนั้น คิดว่าไม่ถึงขั้นนั้น มั่นใจองค์กรอิสระว่าจะปฏิบัติตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยคำวินิจฉัยจะอยู่บนพยานหลักฐาน ต้องสามารถตอบคำถามแก่สังคมได้ เชื่อว่าองค์กรอิสระจะพิจารณาคำร้องตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามหลักนิติธรรม ซึ่งจะไม่ใช่เป็นผลดีแก่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่จะสร้างความมั่นคงให้ระบบการเมืองของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างประเทศ

Advertisement